GHTKTM001 เนปาล ดินแดนแห่งขุนเขาหิมาลัย 5 วัน 4 คืน TG *Oct/Dec*

เนปาล ดินแดนแห่งขุนเขาหิมาลัย 5 วัน 4 คืน 
โดยสายการบินไทย TG
กาฐมาณฑุ – ปัคตาปูร์ – นากาก็อต - ยอดเขานากาก็อต - โภครา – ล่องเรือทะเลสาบเฟวา – วัดบาลาฮี - โภครา – ยอดเขาซารางก็อต –น้ำตกเดวิส – ค่ายอพยพชาวทิเบต - กาฐมาณฑุ – ปาฏัน- วัดพระกฤษณะ – วัดทองคำ - ชมโชว์พื้นเมืองชาวเนปาล - กาฐมาณฑุ – จัตุรัสกาฐมาณฑุ ตูร์บาร์ – วัดกุมารี – กาฐมาณฑุ – วัดตะเลชุ – วัดปศุปฏินาถ – สถูปโพธินาถ – ย่านทาเมล - สถูปสวยมภูนาถ – กาฐมาณฑุ



กำหนดการเดินทาง
วันที่เดินทาง ระยะเวลา รหัสทัวร์ สายการบิน ราคา(เริ่มที่)
2017-10-13 5 วัน G5KTMTG171013P1 TG 36,900
2017-10-21 5 วัน G5KTMTG171021P1 TG 36,900
2017-12-01 5 วัน G5KTMTG171201P1 TG 36,900
2017-12-09 5 วัน G5KTMTG171209P1 TG 36,900
2017-12-29 5 วัน G5KTMTG171229P1 TG 39,900
โปรแกรมการเดินทาง
วันที่ 1 : กรุงเทพฯ – กาฐมาณฑุ – ปัคตาปูร์ – นากาก็อต
08.00 น. คณะมาพร้อมกันที่ สนามบินสุวรรณภูมิ ผู้โดยสารขาออกชั้น 4 ประตู 3 เคาน์เตอร์ Dเช็คอินกรุ๊ปของสายการบิน การบินไทย ( Thai Airway) โดยมีเจ้าหน้าที่ของบริษัทและหัวหน้าทัวร์  ให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวก
10.15 น. นำท่านเดินทางสู่ เมืองกาฐมาณฑุ ประเทศเนปาล โดยสายการบิน การบินไทย เที่ยวบินที่ TG319 ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3ชั่วโมง 25 นาที
12.25 น. เดินทางถึง สนามบินตรีภูวัน เมืองกาฐมัณฑุ ประเทศเนปาล เมืองกาฐมัณฑุนั้นเป็นเมืองหลวงและยังเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศด้วย เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 1 ชั่วโมง 15 นาที (เพื่อความสะดวกในการนัดหมาย กรุณาปรับนาฬิกาของท่านเป็นเวลาท้องถิ่น) นำท่านผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรแล้ว
  นำท่านเดินทางสู่เมือง ปัคตาปูร์ (Bhaktapur) ซึ่งได้รับขึ้นทะเบียนเป็นเมืองมรดกโลกทางวัฒนธรรม เมืองนี้สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 9 โดยพระเจ้าอานนท์ มัลละ ในอดีตเมืองนี้เคยเป็นราชธานีในหุบเขา เป็นเมืองที่เจริญบนเส้นทางการค้าสู่ทิเบต ชมย่านเดอร์บาสแควร์ หรือย่านพระราชวังบักตาปูร์ อันเป็นที่ตั้งของวัง ชมพระราชวัง 55 พระแกล (หน้าต่าง) , ประตูทองค้า ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมอันงดงาม  ชมลานสรงน้้า หรือซุนดารี (Sundari) น้าท่านชมวัดเนียตา โปลา (Nyatapola) เป็นศาสนสถานที่สูงที่สุดในเนปาล มีด้วยกัน 5 ชั้น สูง 98 ฟุต สองข้างบันไดทางขึ้นมีรูปปั้นหินขนาดใหญ่  สลักเป็นรูปสัตว์และเทพอารักขา เชื่อกันว่าปั้นแต่ละคู่มีอ้านาจหยุดสิ่ งชั่วร้ายที่เมารุกราน วัดนี้ สร้างขึ้นถวายแด่เทพแห่งเนียตะโปลา ผู้ที่มีพลังสูงสุดหรือสิทธิลักษมี (Siddhi Lakshmi) ซึ่งเป็ นเทวี ลัทธิตันตระ พระเจ้าภูปฏินทรา มัลละ สร้างวัดนี้ในปี ค.ศ. 1702และด้วยความงดงามของเมืองของเมืองนี้ จึงเคยถูกนำมาเป็นฉากในภาพยนตร์เรื่อง “LITTLE BUDDHA”
  จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมือง นากาก็อต (Narkakot) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2 ชั่วโมง ระยะทางประมาณ 30 กิโลเมตร จากเมืองกาฏมัณฑุ นากาก็อตนั้นอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 2,175 เมตร ให้ทุกท่านได้สัมผัสบรรยากาศ ธรรมชาติวิวเทือกเขาหิมาลัยอันสวยงาม นากาก็อตนั้นเป็นชื่อภูเขา และเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงในการชมวิว ดูพระอาทิตย์ขึ้นและตกดิน ซึ่งสามารถมองเห็นเทือกเขาหิมาลัยอย่างสวยงาม หากอากาศดียังสามารถมองเห็นยอดเขาเอเวอร์เรสจากจุดนี้ได้อีกด้วย
ค่ำ บริการอาหารค่ำ
  ที่พัก Niva Niwa Lodge ระดับ 3 ดาว หรือ เทียบเท่า
วันที่ 2 : ยอดเขานากาก็อต - โภครา – ล่องเรือทะเลสาบเฟวา – วัดบาลาฮี
05.30 น. นำท่านชมแสงอาทิตย์ขึ้นในยามเช้า ทางด้านทิศตะวันออกของเทือกเขานากาก๊อต ให้ท่านได้สูดอากาศยามเช้าและเก็บภาพความสวยงามของแนวเทือกเขาหิมาลัยที่โดนแสงอาทิตย์ส่องลงมา ให้ท่านได้อิสระเก็บภาพกันตามอัธยาศัย **จะเห็นเทือกเขาหิมาลัยหรือไม่ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศของวันนั้นๆ**
เช้า บริการอาหารเช้า ณ โรงแรม 
  นำท่านเดินทางสู่เมืองโภครา โดยรถโค้ช ระยะทางประมาณ 200 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 6 ชั่วโมง เป็นเส้นทางเลียบไปตามไหล่เขา ระหว่างทางผ่านแม่น้้า ผ่านหมู่บ้าน ท่านจะได้เห็นทิวทัศน์ที่งดงามและวิถีชีวิตของชาวเนปาลชนบท ที่ยังคงงดงามในแบบธรรมดั่งเดิม
กลางวัน บริการอาหารกลางวัน
  เดินทางถึงเมืองโภครา เมืองนี้ตั้งอยู่ห่างจากกรุงกาฐมาณฑุไปทางทิศตะวันตก 200 กิโลเมตร คืออีกเมืองท่องเที่ยวที่สำคัญของประเทศเนปาลเป็นเมืองท่องเที่ยวยอดนิยมอันดับ 2 รองจากกาฐมาณฑุจากที่นี่ จะสามารถมองเห็นทิวทัศน์ที่งดงามของดานุละคีรี (Dhanulagiri) มนะสลู(Manaslu) มัชฉาปูชเร (Machhapuchhre) และยอดเขาอรรณาปุรณะ (Annapurana) ทั้ง 5 ยอด (Annapurana I, Annapurana II, Annapurna III, Annapurna IV, Annapurna South) เป็นเมืองแห่งมนต์เสน่ห์ท่ามกลางวงล้อมของหุบเขาอรรณาปูรณะ ซึ่งอยู่สูงจากระดับน้้าทะเล 900 เมตร และเป็นจุดชมความงดงามของเทือกเขาหิมาลัยได้ใกล้ที่สุดเนื่องจากห่างจากบริเวณเทือกเขาแค่ 30 กิโลเมตร เป็นทิวทัศน์ ที่สูงตระหง่านเสียดฟ้ากว่า 8,000 เมตร เมื่อได้สัมผัสยากนักที่จะลืมเลือน และที่นี่ยังเป็นสถานที่ของนักท่องเที่ยวที่ชอบการผจญภัย และเป็นจุดเริ่มต้นการเดินปีนเขาเพื่อพิชิตยอดเขาที่สูงที่สุดในโลกอีกด้วย
  จากนั้นนำท่านล่องเรือทะเลสาบเฟวา (Phewa Lake) ทะเลสาบน้ำจืดขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของเนปาล ภาพความงามและความใสของทะเลสาบพีวานั้นสะท้อนภาพยอดเขามัจฉาปูชเร เป็นภาพสวยงาม  และตรงกลางทะเลสาบเป็นที่ตั้งของวัดบาลาฮี  (Barahi
Temple) ซึ่งมีสถูปสีขาวชื่อบาลาฮี ลอยเด่นตัดกับพื้นน้ํา นำท่านสักการะ วัดบาลาฮี วัดที่มีเทพธิดาอจิมา เทพธิดาที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดในเมืองโภครา ทุกวันเสาร์จะมีการบูชายัญสัตว์แด่ เทพธิดา  หลังจากนั้นให้ทุกท่านได้อิสระช็อปปิ้งตามอัธยาศัย
ค่ำ บริการอาหารค่ำ
  ที่พัก Hotel Tulsi  ระดับ 3 ดาว หรือ เทียบเท่า
วันที่ 3 : โภครา – ยอดเขาซารางก็อต –น้ำตกเดวิส – ค่ายอพยพชาวทิเบต - กาฐมาณฑุ – ปาฏัน- วัดพระกฤษณะ – วัดทองคำ - ชมโชว์พื้นเมืองชาวเนปาล
  นำท่านเดินทางสู่ยอดเขาซารางก็อต (SARANGKOT) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 40 นาที เพื่อชมพระอาทิตย์ขึ้นและชมวิวที่ ยอดเขาอรรณาปุรณะ แสงสีทองของพระอาทิตย์ที่ตัดกับยอดเขาอันสวยงาม ชมวิวของเทือกเขาหิมาลัยและแม่น้ำเซติ เป็นฉากด้านล่าง บรรยากาศที่โอบล้อมด้วยเทือกเขาหิมะอย่างสวยงาม ** ท่านจะเห็นเทือกเขาหิมาลัยหรือไม่ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศของวันนั้น**
เช้า บริการอาหารเช้า ณ โรงแรม 
  จากนั้นนำท่านชม น้ำตกเดวิส (Devi’s Fall) น้ำตกที่มีความลึกถึง 100 เมตร น้ำตกนี้ตั้งชื่อตามนายเดวิสที่ได้เสียชีวิตที่น้ำตกแห่งนี้พร้อมกับคู่รัก  หลังจากนั้นนำท่านชมค่ายอพยพชาวทิเบต (Tibetan refugee camp) ค่ายนี้ก่อตั้งขึ้นในปี 1960 เป็นสถานที่จัดแสดงความเป็นอยู่ของชาวทิเบตในเนปาล ซึ่งได้อพยพมาทางตอนเหนือของเนปาล ในครั้งที่จีนบุกกรุงลาซา ให้ท่านได้สัมผัสชีวิตความเป็นอยู่ของชาวทิเบต และชมวิธีการผลิตพรมขนสัตว์แบบชาวบ้าน และเลือกซื้อสินค้าพื้นเมืองต่างๆ  หลังจากนั้นนำท่านชมแม่น้ำเซติ (Seti River) หรือแม่น้ำนม เป็นแม่น้ำสายหนึ่งของแม่น้ำกังฮารา ซึ่งละลายจากหิมะบนยอดเขาอภิและนามปาในเทือกเขาหิมาลัย ซึ่งอยู่บริเวณชายแดนอินเดีย เนปาล และจีน แม่น้ำนี้มีเอกลักษณ์พิเศษคือมีสีขาวคล้ายน้ำนมไหลมาจากเทือกเขาหิมาลัยและไหลเข้าไปใต้ดิน แม่น้ำนี้จะไหลผ่านเมืองโภครา ซึ่งเป็นที่น่าอัศจรรย์ยิ่งที่มี แม่น้ำไหลผ่านใต้ดินของเมืองโภครา ที่นี่เขาจะทดน้ำขึ้นมาให้ไหลไปตามคลองเพื่อผลิตกระแสไฟฟ้าอีกด้วย
กลางวัน บริการอาหารกลางวัน
บ่าย นำท่านเดินทางกลับไปยังเมือง กาฐมาณฑุ โดยสายการบินภายในประเทศ หุบเขากาฐมาณฑุ ตั้งอยู่ที่ความสูง 1,336 เมตรเหนือระดับน้้าทะเล หุบเขากาฐมาณฑุนั้นเป็นที่รวบรวมมรดกทางวัฒนธรรมของเนปาลเอาไว้ เนื่องจากหุบเขาแห่งนี้เป็นแหล่งวัฒนธรรมเนวารีโบราณ ชนเผ่าเนวาร์อาศัยอยู่ที่หุบเขาแห่งนี้ได้สร้างอารยธรรมที่ส้าคัญขึ้นบน 3 เมือง ซึ่งได้แก่ กรุงกาฐมาณฑุ ปาฏัน และปัคตะปูร์ ความสำเร็จทางด้านศิลปะของชาวเนวาร์ ได้แก่ วัดและปราสาทที่สร้างขึ้นด้วยฝีมืออันประณีต ฝีมือแกะรูปสลักหินและโลหะที่ละเอียดอ่อน และโบสถ์ที่เต็มไปด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์
  ออกเดินทางสู่เมืองกาฐมาณฑุ (Kathmandu) โดยสายการบิน .... เที่ยวบินที่ ....
  เดินทางถึงเมืองกาฐมาณฑุ หลังจากนั้นนำท่านเดินทางไปยังเมืองปาฏัน “Patan” หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “ลลิตาปูร์” เป็นหนึ่งในเมืองหลักของประเทศเนปาล ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของกรุงกาฐมาณฑู เมืองนี้เป็นเมืองแห่งศิลปะงดงามที่สำคัญ1 ใน 4เมือง แห่งหุบเขากาญมาณฑุที่เป็นหุบเขามรดกโลกตั้งแต่ค.ศ. 1979 และเป็นที่รู้จักกันในนามเมืองแห่งศิลปะและหัตถศิลป์ที่มีชื่อเสียงในด้านการแกะสลักที่ประณีตและงดงาม เมืองปาฏันนั้นได้ชื่อว่าเป็นเมืองคู่แฝดของกรุงกาฐมาณฑุ ได้รับการขนานนามว่าเป็นเมืองแห่งความงาม (City of Beauty) โดยเฉพาะชื่อเสียงในเรื่องพระพุทธรูป ทองเหลือง วัดฮินดู เมืองปาฏันนี้นับเป็นผลงานสถาปัตยกรรมและการวางผังเมือง ชิ้นเอกแบบเนวารี มีถนนโบราณตัดผ่านตลอดทุกทิศ แบ่งออกเป็น 4ส่วน โดยมีจตุรัสปาฏันและพระราชวังปาฏันเป็นศูนย์กลาง นำท่านชมวัดพระกฤษณะ (Krishna Temple) ที่สร้างด้วยหินแกรนิตทั้งหลัง หลังจากนั้นนำท่านชมวัดทองคำ (Golden Temple) ลักษณะเป็นเจดีย์สูง 3 ชั้น หลังคาวัดทำด้วยแผ่นทองยาวลงมาจรดดิน ประดับตกแต่งด้วยทองเหลืองและทองแดงจนเหลืองอร่ามเรืองรอง เป็นวัดในพุทธศาสนา ภายในประดิษฐานพระพุทธรูป เป็นที่สักการะบูชา เพื่อความเป็นสิริมงคง หลังจากนั้นให้ท่านได้อิสระเลือกซื้อสินค้าพื้นเมือง อาทิเช่นสร้อยคอ สินค้าพื้นเมืองจำพวกลูกปัด พระพุทธรูปต่างๆ
ค่ำ บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร พิเศษ..ให้ท่านได้ชมการแสดงพื้นเมืองของชาวเนปาล
  ที่พัก Moonlight Hotel ระดับ 3 ดาว หรือ เทียบเท่า
วันที่ 4 : กาฐมาณฑุ – จัตุรัสกาฐมาณฑุ ตูร์บาร์ – วัดกุมารี – กาฐมาณฑุ – วัดตะเลชุ – วัดปศุปฏินาถ – สถูปโพธินาถ – ย่านทาเมล
เช้า บริการอาหารเช้า ณ โรงแรม 
  นำท่านเดินทางเที่ยวชมเมืองกาฐมาณฑุ นำท่านชมจัตุรัสกาฐมาณฑุ ตูร์บาร์ (Kathmandu Durbar Square) จัตุรัสกาฐมาณฑุ ดูรบาร์ แห่งนี้ประกอบไปด้วยวัดและปราสาทที่เก่าแก่ ซึ่งแสดงภาพความเจริญรุ่งเรืองทางด้านศาสนาและวัฒนธรรมของชาวเนปาล เนื่องจากเป็นสถานที่ราชาภิเษกขึ้นครองราชย์ จัตุรัสแห่งนี้ยังได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในมรดกโลกโดยองค์กรยูเนสโก้ในปี พ.ศ. 2522  จากนั้นเยี่ยมชมวัดกุมารี หรือกุมารีฆระ (Temple of Kumari) ซึ่งเป็นที่พำนักของเทพธิดากุมารี ตามความเชื่อของชาวเนปาลนั้น กุมารีคือตัวแทนแห่งพระอุ มาเทวี เป็นเทพบริสุทธิ์ที่ถือกำเนิดจากโลกมนุษย์  ซึ่งผ่านการคัดเลือกมาจากเด็กหญิงอายุ 3-5 ปี จากตระกูลศากยะหรือตระกูลของพระพุทธเจ้าเท่านั้น ชาวเนปาลนับถือกุมารีดุจเทพเจ้าและมักจะขอพรให้ประสบความสำเร็จ กุมารีมีหน้าที่ทำพิธีบูชาเทพธิดาแห่งเตาไฟ หรือเทพธิดาแห่งการดำรงชีพ ( Living Goddess) และในช่วงเทศกาลอินทรา ยาตรา (Indra Jatra) หรือเทศกาลบูชาพระอินทร์ที่เวียนมาปีละครั้ง กษัตริย์เนปาลจะมาหากุมารีเพื่อรับพรจากเธอ  หลังจากนั้นนำท่านชมกาฐมาณฑป (Kasthamandap) เป็นอาคารไม้เก่าแก่ที่สุด และเป็นกำเนิดของชื่อเมืองกาฐมาณฑุ ตั้งอยู่ในบริเวณใกล้กับวัดกุมารี สถานที่นี้สร้างขึ้นโดยกษัตริย์ลักษมี นาสิงห์ มัลละ (King Laxmi Narsingha Malla) ในตอนต้นศตวรรษที่ 16 จากนั้นชมวัดตะเลชุ (Taleju Temple) วัดประจําองค์พระมหากษัตริย์  เนื่องจากมีความเชื่อว่าเทพตะเลชุคือเทพที่ปกปกรักษาองค์พระมหากษัตริย์และประเทศเนปาล
กลางวัน บริการอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
  นําท่านชม วัดปศุปฏินาถ (Pashupatinath Temple) หรือ วัดหลังคาทองคำ วัดนี้มีหลังคาทําด้วยทองซ้อนกัน 2 ชั้น และประตูเงินซึ่งถือว่าเป็นวัดที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดวัดหนึ่งในศาสนาฮินดู ของเนปาล สร้างขึ้นมาในสมัยกษัตริย์แห่งราชวงศ์มลละเพื่อถวายแด่พระศิวะในภาคขององค์ปศุปฏินาถ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำพัคมาตี (Bagmati River) ซึ่งมีความศักดิ์สิทธิ์เหมือนแม่น้ำคงคาในเมืองพาราณสี ประเทศอินเดีย เพราะแม่น้ำสายนี้จะไหลไปรวมกับแม่น้ำคงคานั้นเอง อีกทั้งที่นี่ยังเป็นศูนย์กลางการแสวงบุญของชาวฮินดู ในเทศกาลมหาศิวราตรี โดยวัดแห่งนี้ องค์กรยูเนสโกได้ขึ้นทะเบียนวันแห่งนี้เป็นมรดกโลกในปี พ.ศ. 2522 อีกด้วย  หลังจากนั้นนำท่านสักการะ สถูปโพธินาถหรือพุทธนาถ (Boudhanath) หมายถึงพระพุทธเจ้าผู้เป็นที่พึ่ง สถูปนี้ตั้งอยู่ห่างจากกรุงกาฐมาณฑุประมาณ 8 กิโลเมตร ซึ่งเป็นเจดีย์ที่ใหญ่ที่สุดในเนปาล องค์เจดีย์ มีฐานทรงดอกบัวตูม มีเค้าศิลปะค่อนไปในทางทิเบต เห็นได้ชัดจากรูปแบบการก่อสร้างฐานสถูปที่อิงคติปริศนาธรรมมัณฑลา (Mandala) อันเป็นรูปธรรมนิมิตตามคติพุทธศาสนาแบบทิเบต ในความหมาย เป็นที่ประทับของพระพุทธเจ้าและพระโพธิสัตว์ต่างๆ บนเจดีย์มีรูปเพ้นท์ลายดวงตาเห็นธรรมของพระพุทธเจ้า (wisdom Eyes) ทั้งสี่ทิศ อันเป็นสัญลักษณ์ให้ผู้คนทำดี องค์การยูเนสโกได้ขึ้นทะเบียนสถานที่แห่งนี้เป็นมรดกโลกในปี พ.ศ.2502 รอบๆองค์เจดีย์ประดับด้วย “ธงมนตรา” ที่ชาวทิเบตและชาวเนปาลนิยมนำมาแขวนเอาไว้อย่างสง่างามอย่างเป็นเอกลักษณ์  ธงนี้จะจารึกบทสวดมนตร์แล้วนำไปปลุกเสก ก่อนจะนำมาประดับที่องค์พระเจดีย์ หรือประดับตามหลังคาอาคารบ้านเรือน ทางเดินช่องเขา ฯลฯ เพื่อให้ลมพัดช่วยสวดมนตร์ แล้วพัดพาเอามนตราไปคุ้มครองผู้ผ่านทาง สถูปแห่งนี้สร้างโดยชาวทิเบตที่อพยพหนีสงครามเข้ามาที่นี่เมื่อปี พ.ศ. 2502 เมื่อครั้งที่จีนเข้ารุกรานทิเบต บริเวณวัดจึงเป็นที่ชุมชนของชาวพุทธจากทิเบต  หลังจากนั้นนำท่านเดินทางสู่ย่านทาเมล (Thamel) ซึ่งเป็นแหล่งช็อปปิ้ง ศูนย์กลางของเมืองกาฐมาณฑุ โดยบริเวณย่านนี้เต็มไปด้วยร้านอาหาร โรงแรมที่พัก และร้านขายของมากมาย ย่านนี้จึงเป็นจุดพักของนักท่องเที่ยวที่เพิ่งเดินทางมาถึงเมืองนี้ ให้ท่านได้อิสระเลือกซื้อสินค้าต่างๆมากมาย อาทิเช่น สินค้าจำพวกเครื่องประดับ สินค้าจำพวกกิจกรรมปีนเขา อุปกรณ์กีฬา เสื้อกันหนาว หมวก หัตถกรรม เครื่องนุ่งห่มต่างๆมากมาย
  บริการอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
  ที่พัก  Moonlight Hotel ระดับ 3 ดาว หรือ เทียบเท่า
วันที่ 5 : สถูปสวยมภูนาถ – กาฐมาณฑุ – กรุงเทพฯ
เช้า บริการอาหารเช้า ณ โรงแรม 
  นําท่านสักการะ สถูปสวยมภูนาถ ( Swayambhunath) หรือวัดลิง เป็นเจดีย์ของชาวพุทธ (Buddhist Chaityas) ที่ยิ่งใหญ่ 9 แห่งหนึ่งของโลก โดยคาดว่ามีอายุถึง 2,000 กว่าปี สร้างขึ้นในรัชสมัยของพระเจ้ามานะเทวะ ในปี พ.ศ.963 จุดเด่นของภายในวัดนี้คือ ส่วนตรงฐานของสถูปซึ่งมีดวงตาเห็นธรรม หรือ Wisdom Eyes ของพระพุทธเจ้าอยู่โดยรอบทั้ง 4 ด้าน ตัวสถูปตั้งอยู่บนเนินเขาเล็กๆ ของหุบเขากาฐมาณฑุ  จึงทําให้เห็นทิวทัศน์เหนือหุบเขาที่งดงาม สถูปแห่งนี้ยังเป็นสถูปที่เก่าแก่ที่สุดของเนปาล  และยังเป็นสถานที่ที่มีการผสมผสานระหว่างศาสนาพุทธกับฮินดู  โดยองค์กรยูเนสโกได้ทําการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปี พ.ศ. 2522
10.30 น. สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางสู่ สนามบินตรีภูวัน เมืองกาฐมัณฑุ
13.30 น. นำท่านเดินทางกลับสู่ กรุงเทพมหานคร โดยสายการบิน การบินไทย ( Thai airway ) เที่ยวบินที่ TG320
18.10 น. เดินทางถึง สนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ พร้อมความประทับใจ
 

 

36,900 THB
จำนวน: