GHTIND002 อินเดีย เลห์ ลาดัก ทิเบตน้อย ทัชมาฮาล 9 วัน 8 คืน AI *Oct

อินเดีย เลห์ ลาดัก ทิเบตน้อย ทัชมาฮาล 9 วัน 8 คืน
โดยสายการบินแอร์อินเดีย AI 

• ชม “ทัชมาฮาล” อนุสรณ์แห่งความรักอันลือชื่อและ “อักราฟอร์ด” ป้อมปราการที่ยิ่งใหญ่
• ชม ทะเลสาบแปงกอง ทะเลสาบน้ำเค็มที่อยู่สูงที่สุดในโลก
• ชม นูบร้าวัลเลย์ หุบเขาแห่งดอกไม้ ซึ่งมีทิวทัศน์พาโนราม่าที่ยิ่งใหญ่ สวยงาม
• ชม วัดดิสกิต วัดใหญ่และเก่าแก่ที่สุดของนูบร้าวัลเลย์ อยู่บนเนินเขาเป็นจุดชมวิวที่สวยงาม
• ชม วัดทิกเซย์ ทิเบตน้อยแห่งอินเดีย
• สะสมไมล์ Royal Orchid Plus ได้ 100%

กำหนดการเดินทาง
วันที่เดินทาง ระยะเวลา รหัสทัวร์ สายการบิน ราคา(เริ่มที่)
2017-10-13 9 วัน G5LEHAI171013P1 AI 48,900
2017-10-20 9 วัน G5LEHAI171020P1 AI 48,900
โปรแกรมการเดินทาง
วันที่ 1 : กรุงเทพฯ – เดลลี - อักรา
06.00 น. คณะมาพร้อมกันที่ สนามบินสุวรรณภูมิ ผู้โดยสารขาออกชั้น 4 ประตู 10 เคาน์เตอร์ เช็คอินกรุ๊ปของสายการบิน แอร์อินเดีย ( Air India) โดยมีเจ้าหน้าที่บริษัทและหัวหน้าทัวร์ให้การต้อนรับ และอำนวยความสะดวก
08.55 น. ออกเดินทางสู่ เมืองเดลลี โดยสายการบิน แอร์อินเดีย ( Air Indiaเที่ยวบินที่ AI333  (ใช้เวลาเดินทางโดยประมาณ 4.30 ชม.)  (มีบริการอาหารร้อนบนเครื่อง)
12.00 น. ถึงสนามบินนานาชาติอินธิรา คานธี เมืองเดลลี ประเทศอินเดีย ผ่านขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร (เวลาในประเทศอินเดียช้ากว่าเมืองไทย 1.30 ชม. ขอให้ทุกท่านตั้งเวลาใหม่เพื่อไม่สับสน เพื่อความสะดวกในการนัดหมาย)
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย นำท่านเดินทางโดยรถโค้ชปรับอากาศ ออกจากเมืองเดลลี โดยผ่านเข้าสู่แคว้นอุตรประเทศ ที่อุดมสมบูรณ์ด้วยแหล่งเกษตรกรรมนานาชนิดที่ผลิตเพื่อเลี้ยงดูชาวอินเดียทั้งประเทศ ไปตามถนนไฮเวย์สายใหม่ผ่านเข้าเมืองใหญ่มธุราเข้าสู่เมืองอักรา
ค่ำ รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร
  ที่พัก CRYSTAL SAROVAR Hotel ระดับ 4 ดาว หรือ เทียบเท่า,เมืองอักรา
วันที่ 2 : อักรา – ทัชมาฮาล – อักรา ฟอร์ด – เดลลี
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม 
 

นำท่านเข้าชมทัชมาฮาล แหล่งมรดกโลกเป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ที่สำคัญของโลก ซึ่งอนุสรณ์สถานแห่งความรักอันยิ่งใหญ่และอมตะของพระเจ้าชาห์จาฮันที่มีต่อพระนางมุมตัซ โดยสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1631 ต่อมานำท่านเดินสู่ประตูสุสานที่สลักตัวหนังสือภาษาอาระบิคที่เป็นถ้อยคำอุทิศและอาลัยต่อบุคคลอันเป็นที่รักที่จากไป และนำท่านถ่ายรูปกับลานน้ำพุที่มีอาคารทัชมาฮาลอยู่เบื้องหลัง แล้วนำท่านเข้าสู่ตัวอาคารที่สร้างจากหินอ่อนสีขาวบริสุทธิ์จากเมืองมกรานะ ที่ประดับลวดลายด้วยเทคนิคฝังหินสีต่างๆ ลงไปในเนื้อหิน ที่เป็นสถาปัตยกรรมชิ้นเอกของโลกที่ออกแบบโดยช่างจากเปอร์เซีย โดยอาคารตรงกลางจะเป็นรูปโดมซึ่งมีหอคอยสี่เสาล้อมรอบ  ตรงกลางด้านในเป็นที่ฝังพระศพของพระนางมุมตัซ มาฮาล และ พระเจ้าชาห์จาฮัน ได้อยู่คู่เคียงกันตลอดชั่วนิรันดร์  ทัชมาฮาลแห่งนี้ใช้เวลาก่อสร้างทั้งหมด 12 ปี โดยสิ้นเงินไป 41 ล้านรูปี มีการใช้ทองคำประดับตกแต่งส่วนต่างๆ ของอาคาร หนัก 500 กิโลกรัม และใช้คนงานกว่า 20,000 คน ต่อมานำท่านเดินอ้อมไปด้านหลังที่ติดกับแม่น้ำยมุนาโดยฝั่งตรงกันข้ามจะมีพื้นที่ขนาดใหญ่ถูกปรับดินแล้ว โดยเล่ากันว่าพระเจ้าชาห์จาฮันเตรียมที่จะสร้างสุสานของตัวเองเป็นหินอ่อนสีดำโดยตัวรูปอาคารจะเป็นแบบเดียวกันกับทัชมาฮาล เพื่อที่จะอยู่เคียงข้างกัน แต่ถูกออรังเซบ ยึดอำนาจและนำตัวไปคุมขังไว้ในป้อมอักราเสียก่อน 

  จากนั้นนำท่านเข้าชมอักราฟอร์ด แหล่งมรดกโลก ทิ่ติดริมแม่น้ำยมุนาสร้างโดยพระเจ้าอัคบาร์มหาราชแห่งราชวงศ์โมกุล  เมื่อปี ค.ศ. 1565 เป็นทั้งพระราชวังที่ประทับและเป็นป้อมปราการ ต่อมาพระโอรส คือ พระเจ้าชาฮันกีร์  และพระนัดดา (โอรสของพระเจ้าชาฮันกีร์) , พระเจ้าชาห์จาฮานได้สร้างขยายต่อเติมป้อมและพระราชวังแห่งนี้อย่างใหญ่โต และนำท่านเข้าชมป้อมผ่านประตู อำมรรสิงห์ เข้าสู่ส่วนที่เป็นพระราชวัง  ผ่านลานสวนประดับ อ่างหินทรายสีแดงขนาดยักษ์สำหรับสรงน้ำ ท่านจะได้เห็นสถาปัตยกรรมสามยุคสมัยตามรสนิยมที่แตกต่างกันของสามกษัตริย์ นำท่านเข้าชมด้านในพระตำหนักต่างๆที่สลักลวดลายศิลปะแบบโมกุลที่มีอิทธิพลจากศิลปะอินเดีย ผสมผสานกับศิลปะเปอร์เซีย แล้วนำขึ้นสู่ระเบียงชั้นที่สองที่มีเฉลียงมุข ซึ่งสามารถมองเห็นชมทิวทัศน์ลำน้ำยมุนาได้ ต่อมานำชมห้องที่ประทับของกษัตริย์ ,พระโอรส, พระธิดาและองค์ต่างๆ แล้วนำชมพระตำหนัก มาซัมมัน บูร์ช ที่มีเฉลียงมุขแปดเหลี่ยม มีหน้าต่างเปิดกว้าง ที่สามารถมองเห็นทัชมาฮาลได้ ในพระตำหนักนี้เองที่เล่ากันว่า ชาห์จาฮัน ถูกพระโอรส ออรังเซบ จองจำขังไว้ 7 ปี ในช่วงปลายรัชกาลจนสิ้นพระชนม์ แล้วก็นำชมลานสวนประดับ ดิวันอีอาอำ ที่ชั้นบนด้านหนึ่งเคยเป็นที่ประดิษฐานบัลลังก์นกยูงอันยิ่งใหญ่ (ปัจจุบันอยู่ในประเทศอิหร่าน) และที่ลานสวนประดับแห่งนี้เองที่พระเจ้าชาห์จาฮัน ได้พบรักครั้งแรกกับพระนางมุมตัซ  ที่ได้นำสินค้าเป็นสร้อยไข่มุกเข้ามาขายให้กับนางในฮาเร็ม
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย นำท่านเดินทางกลับสู่เมืองเดลลี
ค่ำ รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร
  ที่พัก Country Inn&Suite NH8 Hotel ระดับ 4 ดาว หรือ เทียบเท่า,เมืองเดลลี
วันที่ 3 : เดลลี – เลห์ (บินภายใน) – เจดีย์แห่งสันติภาพ – Hall of fame– Leh Market
04.00 น. นำท่านเดินทางไปยังสนามบิน เพื่อเดินทางต่อไปยังเมืองเลห์
05.55 น. จากนั้น นำท่านเดินทางต่อไปยังเมืองเลห์ ลาดัก โดยสายการบิน แอร์อินเดีย เที่ยวบินที่ AI 445
07.20 น. เดินทางถึงสนามบินเลห์ เช็คสัมภาระแล้วนำท่านเดินทางสู่ที่พัก โดยนั่งรถท้องถิ่น คันละ 5-8 ท่าน  เมืองเลห์เป็นเมืองที่อยู่ในระดับความสูงกว่า 3,550 เมตรจากระดับน้ำทะเล แนะนำให้ทุกท่านดื่มน้ำบ่อยๆเพราะอากาศค่อนข้างเบาบาง
เช้า รับประทานอาหารเช้า
  หลังจากนั้นให้ทุกท่านพักผ่อน เพื่อปรับสภาพร่างกายและสภาพอากาศก่อน เนื่องจากอากาศเบาบาง
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน
  หลังจากนั้นนำท่านชมเจดีย์แห่งสันติภาพ (Shanti Stupa) เป็นเจดีย์สีขาว ขนาดใหญ่ สร้างขึ้นโดยพระลามะชาวญี่ปุ่น เพื่อประกาศศาสนาและแสดงถึงสันติภาพแห่งโลก เจดีย์นี้เป็นจุดชมวิวที่เห็นเมืองเลห์ และพระราชวังเลห์ได้อย่างชัดเจน จากนั้นนำท่านชมหอเกียรติยศ (Hall of fame) ให้ท่านได้ชมภาพวาดที่พูดถึงเรื่องราวของทหารอินเดียที่สู้รบป้องกับประเทศ หลังจากนั้นนำท่านชม ตลาดนัดเมืองเลห์ (Leh Market) ให้ท่านได้ชมความงามและวิธีชีวิตของชาวเมืองเลห์ และเลือกซื้อสินค้าพื้นเมือง
เย็น รับประทานอาหารค่ำ
  ที่พัก THE PALACE Hotel ระดับ 3 ดาวหรือ เทียบเท่า
วันที่ 4 : พระราชวังเลห์ - วัดเฮมิส – วัดทิกเซ่ – พระราชวังเชย์ - Stok Palace
เช้า รับประทานอาหารเช้า
  จากนั้นนำท่านชมพระราชวังเลห์ (Leh Palace) เป็นพระราชวังที่ตั้งโดดเด่นกลางเมืองเลห์ ขนาดความสูง 9 ชั้นถูกสร้างในศตวรรษที่ 17 มีลักษณะรูปแบบสถาปัตยกรรมใกล้เคียงกับพระราชวังโปตาลาในทิเบต ท่านสามารถชมทัศนีย์ภาพอันงดงามของเมืองเลห์และพื้นที่โดยรอบ จากนั้นนำท่านชมวัดเฮมิส (Hemis Gompa) ซึ่งอยู่ห่างจากเมืองเลห์ประมาณ 45 กิโลเมตร เป็นวัดที่เก่าแก่มีอายุกว่า 400 ปี ถือเป็นวัดที่มีความสำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองเลห์ โดยทุกๆปีวัดนี้จะมีจัดเทศกาลระบำหน้ากากของพระลามะซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่ในช่วงเดือนมิถุนายนถึงกรกฏาคม
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน
บ่าย จากนั้นนำท่านเดินทางสู่วัดทิกเช (Thik Sey) เป็นวัดที่ตั้งโดดเด่นอยู่บนเนินเขามีภูมิทัศน์ที่สวยงาม  วัดนี้ก่อตั้งเมื่อศตวรรษที่ 15 เป็นวัดพุทธตันตระนิกายหมวกเหลือง (นิกายเกลุคปา) เป็นสายเดียวกับองค์ดาไลลามะแห่งทิเบต ซึ่งได้จำลองพระราชวังโปตาลาที่ทิเบตมา ภายในวัดมีรูปของพระศรีอารยะเมตตรัยและพระลามะองค์ต่างๆมากมาย ใช้เวลาสร้างถึง 2 ปีด้วยกัน หลังจากนั้นนำท่านเดินทางไปยัง พระราชวังเชย์ (Shey Palace) สร้างโดยกษัตริย์ Deldan Namgyal ก่อสร้างเพื่อระลึกถึงพระบิดา Singge Namgyal และเพื่อเป็นพระราชวังฤดูร้อน ภายในมีรูปปั้นของพระศากยมุณี เมืองเชนั้นเคยเป็นเมืองหลวงเก่าแก่ที่สุดของลาดัก ในช่วงก่อนศตวรรษที่ 15 เป็นพระราชวังฤดูร้อนมีอายุราว 500 ปีของกษัตริย์ผู้เคยยิ่งใหญ่ในอดีต เมื่ออยู่บนพระราชวังเชย์มองลงมาจะเห็นวิวที่สวยงาม จากนั้นนำท่านเที่ยวชม สตอคพาเลซ Stok Palace ซึ่งเมื่อก่อนเคยเป็นพระราชวัง แต่ปัจจุบันเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์เก็บสะสมของใช้เครื่องแต่งกายของกษัตริย์ในอดีต
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ
  ที่พัก THE PALACE Hotel ระดับ 3 ดาวหรือ เทียบเท่า
วันที่ 5 : เลห์– ถนนที่สูงที่สุดในโลก Khardung La pass – นูบร้าวัลเลย์– ขี่อูฐ
เช้า รับประทานอาหารเช้า
  จากนั้นนำท่านเดินทางไปยัง หุบเขานูบร้าวัลเลย์หรือหุบเขาแห่งดอกไม้ซึ่งอยู่ทางเหนือของเมืองเลห์ เป็นพื้นที่ที่อุดมสมบูรณ์และมีแม่น้ำชย็อกไหลผ่าน มีสภาพอากาศอบกุ่นกว่าเมืองเลห์และมีความสูงต่ำกว่าเลห์ ทำให้อากาศเย็นสบายเหมาะแก่การเพาะปลุก ท่านสามารถชมดอกไม้นานาพันธุ์ได้ที่นี่ ในสมัยก่อนเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางทางบกระหว่างทิเบตและทาจิกิสฐาน ใช้เวลาเดินทางทางประมาณ 5 ชม. จะต้องผ่านถนน Khardungla Pass ซึ่งเป็นถนนที่อยู่สูงที่สุดในโลก ระดับความสูง 18,380 ฟุตหรือประมาณ 5,578 เมตรจากระดับน้ำทะเล ที่จุดนี้จะไม่อนุญาติให้นักท่องเที่ยวแวะพักนาน เนื่องจากอากาศเบาบางมาก เส้นทางนี้เป็นเส้นทางลัดเลาะหุบเขา ระหว่างโดยท่านจะเห็นแนวเทือกเขาคาราโครัมในประเทศปากีสถานและเทือกเขาหิมาลัยอันสวยงาม ระหว่างทางท่านจะได้เห็นตัวจามรีที่อากาศอยู่ในบริเวณเทือกเขาสูงในเขตหนาวเย็น และแนวลำธารอันสวยงามตลอดเส้นทาง
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน
  เดินทางถึงนูบร้าวัลเลย์ ให้ท่านได้สนุกสนานกับการขี่อูฐบนทะเลทราย Hunder sand dune (ไม่รวมค่าขี่อูฐท่านละ 15 USD สามารถสอบถามที่หัวหน้าทัวร์ได้) และเพลิดเพลินกับการชมดอกไม้ แนวเทือกเขาหิมาลัยและลำธารอันสวยงาม
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ  
  ที่พัก DLX CAMPS COLD DESERT หรือ เทียบเท่า
วันที่ 6 : นูบร้าวัลเลย์ – วัดดิสกิต – เลห์
เช้า รับประทานอาหารเช้า
  นำท่านเดินทางกลับสู่เมืองเลห์โดยเส้นทางเดิม ผ่านถนนที่สูงที่สุดในโลก Khardung La pass ระหว่างทางนำท่านชมวัดดิสกิต (Diskit Monastry) วัดนี้เป็นวัดใหญ่และเก่าแก่ที่สุดของนูบร้าวัลเลย์ ตั้งอยู่บนเนินเขาเป็นจุดชมวิวที่สวยงาม ภายในมีองค์พระศรีอาริยเมตรัยองค์ใหญ่สูงสง่าเด่นชัด สามารถมองเห็นได้จากนูบร้าวัลเลย์
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
  นำท่านเดินทางต่อไปยังเมืองเลห์
เย็น รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร
  ที่พัก THE PALACE Hotel ระดับ 3 ดาว หรือ เทียบเท่า
วันที่ 7 : เลห์ – ทะเลสาบแปงกอง – เลห์
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม 
  นำท่านเดินทางไปยังทะเลสาบแปงกอง เป็นทะเลสาบที่มีขนาด 700 ตารางกิโลเมตร ตั้งอยู่ทางตะวันตกสุดของเขตลาดักห์ จัมมูและแคชเมียร์ บนความสูง 4,267 เมตรจากระดับน้ำทะเล พื้นที่ 1 ใน 4 ของทะเลสาบอยู่ในเขตลาดักห์ของอินเดีย ส่วนที่เหลืออยู่ในเขตของทิเบต เป็นทะเลสาบน้ำเค็มที่อยู่สูงที่สุดในโลก ใช้เวลาเดินทางประมาณ 5 ชั่วโมงจากเมืองเลห์ โดยผ่รเส้นทาง Changla Pass ที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเล 5490 เมตร ระหว่างทางจะผ่านจะได้เห็นทิวทัศน์เทือกเขาอันสวยงาม แปงกองยังได้ชื่อว่าเป็นทะเลสาบหลากสี โดยมีอิทธิพลมาจากลำแสงของดวงอาทิตย์ที่ตกสะท้อนสู่ยอดเขาสูง-ต่ำด้านหลังที่เปรียบเสมือนปราการที่โอบล้อมทะเลสาบไว้ ส่งผลให้สีของน้ำในทะเลสาบล้อเล่นไปกับแสงของดวงตะวัน จากยามเช้าที่บางเบาใสในแบบคริสตัล สู่เขียวเทอร์ควอยซ์ฟ้า และน้ำเงินเข้มในเวลาเย็นย่ำ ที่นี่ยังเป็นที่รู้จักกันว่าเป็นทะเลสาบแห่งความสงบ ใสสะอาด และไม่มีที่สิ้นสุด
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน
  หลังจากนั้นนำท่านเดินทางต่อไปยังทะเลสาบแปงกอง ให้ท่านได้อิสระสัมผัสบรรยากาศ และเก็บรูปอันงดงามของทะเลสาบ หลังจากนั้นนำท่านเดินทางกลับไปยังเมืองเลห์
เย็น รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร
  ที่พัก THE PALACE Hotel ระดับ 3 ดาวหรือ เทียบเท่า
วันที่ 8 : เลห์ – เดลลี – ผ่านชมราชปาติ บาวาล - India Gate – ช้อปปิ้งจันปาท
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม 
09.30 น. นำท่านเดินทางไปยังสนามบินเลห์
11.00 น. ออกเดินทางกลับไปยังกรุงเดลลีโดยสายการบินAir India เที่ยวบินที่ AI446
12.25 น. ถึงสนามบินเดลลี
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
  จากนั้น นำท่านเดินทางเข้าสู่กรุงนิวเดลลี ที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนานกว่า 5,000 ปี และเป็นศูนย์กลางการปกครองของอาณาจักรอินเดียโบราณ 7 อาณาจักร ต่อมาในปี 1857 อังกฤษได้เข้ามามีบทบาทในการปกครองประเทศอินเดียและได้ย้ายเมืองหลวงไปอยู่ที่โกลกัตตา และได้ย้ายกลับมาเป็นเมืองหลวงอีกครั้งหนึ่งในปี 1911 หลังจากอินเดียได้รับเอกราชจากประเทศอังกฤษในปี 1947 ก็ได้มีการสร้างสถานที่ทำการราชการโดยสร้างเมืองใหม่ชื่อว่า “นิวเดลลี” จากนั้นผ่านชมรัฐสภาราชปาติ บาวาล ซึ่งเป็นวงแหวนสถานที่ราชการต่างๆ มีตึกรัฐสภาอันยิ่งใหญ่และเป็นที่ทำการของรัฐบาล ผ่านชมย่านธุรกิจการค้าและย่านที่อยู่อาศัยของเศรษฐีอินเดียบนถนนสายสำคัญที่สุดของอินเดีย และประตูเมืองแห่งชัยชนะ หรือ INDIA GATE จากนั้นนำท่าน ช้อปปิ้งที่ตลาดจันปาทซึ่งเป็นถนนช้อปปิ้งยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยว โดยมีสินค้าหัตถกรรมและงานฝีมือพื้นเมืองต่าง ๆ มากมายให้ท่านได้เลือกซื้อ อาทิ ผ้าไหมอินเดีย ผ้าพันคอจากแคชเมียร์ สาหรี่ เครื่องประดับและอัญมณี ไม้จันหอมแกะสลักและของตกแต่งบ้าน ฯลฯ ได้เวลาอันสมควรเดินทางกลับที่พักเพื่อพักผ่อนตามอัธยาศัย 
เย็น รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร
  ที่พัก Country Inn&Suite NH8 Hotel ระดับ 4 ดาว หรือ เทียบเท่า,เมืองเดลลี
วันที่ 9 : เดลลี – กรุงเทพ
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม 
11.00 น. ได้เวลาอันสมควรนำท่านเดินทางสู่สนามบินนานาชาติ อินธิรา คานธี กรุงนิวเดลลี
13.50 น. นำท่านเดินทางกลับสู่สนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสายการแอร์อินเดียเที่ยวบินที่  AI 332 (มีบริการอาหารร้อนบนเครื่อง)
19.35 น. เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิโดยสวัสดิภาพ
48,900 THB
จำนวน: