GHTIND003 อินเดีย เลห์ ลาดัก ทัชมาฮาล 9 วัน 6 คืน TG *Oct

อินเดีย เลห์ ลาดัก ทัชมาฮาล 9 วัน 6 คืน
โดยสายการบินไทย TG 

• ชม “ทัชมาฮาล” อนุสรณ์แห่งความรักอันลือชื่อและ “อักราฟอร์ด” ป้อมปราการที่ยิ่งใหญ่
• ชม ทะเลสาบแปงกอง ทะเลสาบน้ำเค็มที่อยู่สูงที่สุดในโลก
• ชม นูบร้าวัลเลย์ หุบเขาแห่งดอกไม้ ซึ่งมีทิวทัศน์พาโนราม่าที่ยิ่งใหญ่ สวยงาม
• ชม วัดดิสกิต วัดใหญ่และเก่าแก่ที่สุดของนูบร้าวัลเลย์ อยู่บนเนินเขาเป็นจุดชมวิวที่สวยงาม
• ชม วัดทิกเซย์ ทิเบตน้อยแห่งอินเดีย

กำหนดการเดินทาง
วันที่เดินทาง ระยะเวลา รหัสทัวร์ สายการบิน ราคา(เริ่มที่)
2017-10-14 9 วัน G5LEHTG171014MC TG 48,900
โปรแกรมการเดินทาง
วันที่ 1 : กรุงเทพฯ – เดลลี
20.00 น. คณะมาพร้อมกันที่ สนามบินสุวรรณภูมิ ผู้โดยสารขาออกชั้น 4 ประตู 3 เคาน์เตอร์ D เช็คอินกรุ๊ปของสายการบิน การบินไทย ( Thai Airway) โดยมีเจ้าหน้าที่ให้การต้อนรับ และอำนวยความสะดวก
23.15 น. ออกเดินทางสู่เมืองเดลลี โดยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ TG331 (ใช้เวลาเดินทางโดยประมาณ 4.30 ชม.) (มีบริการอาหารบนเครื่อง)
วันที่ 2 : เดลลี – เลห์ (บินภายใน) – เจดีย์แห่งสันติภาพ – Hall of fame– Leh Market
02.15 น. ถึงสนามบินนานาชาติอินธิรา คานธี เมืองเดลลี ประเทศอินเดีย (เวลาในประเทศอินเดียช้ากว่าเมืองไทย 1.30 ชม. ขอให้ทุกท่านตั้งเวลาใหม่เพื่อไม่สับสน) รอเปลี่ยนเครื่องไปยังเมืองเลห์ ลาดัก
05.15 น. จากนั้น นำท่านเดินทางต่อไปยังเมืองเลห์ ลาดัก โดยสายการบิน Go Air เที่ยวบินที่ G8215
06.30 น. เดินทางถึงสนามบินเลห์ เช็คสัมภาระแล้วนำท่านเดินทางสู่ที่พัก โดยนั่งรถท้องถิ่น คันละ 5-8 ท่าน  เมืองเลห์เป็นเมืองที่อยู่ในระดับความสูงกว่า 3,550 เมตรจากระดับน้ำทะเล แนะนำให้ทุกท่านดื่มน้ำบ่อยๆเพราะอากาศค่อนข้างเบาบาง
เช้า รับประทานอาหารเช้า
  หลังจากนั้นให้ทุกท่านพักผ่อน เพื่อปรับสภาพร่างกายและสภาพอากาศก่อน เนื่องจากอากาศเบาบาง
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน
  หลังจากนั้นนำท่านชมเจดีย์แห่งสันติภาพ (Shanti Stupa) เป็นเจดีย์สีขาว ขนาดใหญ่ สร้างขึ้นโดยพระลามะชาวญี่ปุ่น เพื่อประกาศศาสนาและแสดงถึงสันติภาพแห่งโลก เจดีย์นี้เป็นจุดชมวิวที่เห็นเมืองเลห์ และพระราชวังเลห์ได้อย่างชัดเจน จากนั้นนำท่านชมหอเกียรติยศ (Hall of fame) ให้ท่านได้ชมภาพวาดที่พูดถึงเรื่องราวของทหารอินเดียที่สู้รบป้องกับประเทศ หลังจากนั้นนำท่านชม ตลาดนัดเมืองเลห์ (Leh Market) ให้ท่านได้ชมความงามและวิธีชีวิตของชาวเมืองเลห์ และเลือกซื้อสินค้าพื้นเมือง
เย็น รับประทานอาหารค่ำ
  ที่พัก THE PALACE Hotel ระดับ 3 ดาวหรือ เทียบเท่า
วันที่ 3 : พระราชวังเลห์ - วัดเฮมิส – วัดทิกเซ่ – พระราชวังเชย์ - Stok Palace
เช้า รับประทานอาหารเช้า
  จากนั้นนำท่านชมพระราชวังเลห์ (Leh Palace) เป็นพระราชวังที่ตั้งโดดเด่นกลางเมืองเลห์ ขนาดความสูง 9 ชั้นถูกสร้างในศตวรรษที่ 17 มีลักษณะรูปแบบสถาปัตยกรรมใกล้เคียงกับพระราชวังโปตาลาในทิเบต ท่านสามารถชมทัศนีย์ภาพอันงดงามของเมืองเลห์และพื้นที่โดยรอบ จากนั้นนำท่านชมวัดเฮมิส (Hemis Gompa) ซึ่งอยู่ห่างจากเมืองเลห์ประมาณ 45 กิโลเมตร เป็นวัดที่เก่าแก่มีอายุกว่า 400 ปี ถือเป็นวัดที่มีความสำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของเมืองเลห์ โดยทุกๆปีวัดนี้จะมีจัดเทศกาลระบำหน้ากากของพระลามะซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่ในช่วงเดือนมิถุนายนถึงกรกฏาคม
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน
บ่าย จากนั้นนำท่านเดินทางสู่วัดทิกเช (Thik Sey) เป็นวัดที่ตั้งโดดเด่นอยู่บนเนินเขามีภูมิทัศน์ที่สวยงาม  วัดนี้ก่อตั้งเมื่อศตวรรษที่ 15 เป็นวัดพุทธตันตระนิกายหมวกเหลือง (นิกายเกลุคปา) เป็นสายเดียวกับองค์ดาไลลามะแห่งทิเบต ซึ่งได้จำลองพระราชวังโปตาลาที่ทิเบตมา ภายในวัดมีรูปของพระศรีอารยะเมตตรัยและพระลามะองค์ต่างๆมากมาย ใช้เวลาสร้างถึง 2 ปีด้วยกัน หลังจากนั้นนำท่านเดินทางไปยัง พระราชวังเชย์ (Shey Palace) สร้างโดยกษัตริย์ Deldan Namgyal ก่อสร้างเพื่อระลึกถึงพระบิดา Singge Namgyal และเพื่อเป็นพระราชวังฤดูร้อน ภายในมีรูปปั้นของพระศากยมุณี เมืองเชนั้นเคยเป็นเมืองหลวงเก่าแก่ที่สุดของลาดัก ในช่วงก่อนศตวรรษที่ 15 เป็นพระราชวังฤดูร้อนมีอายุราว 500 ปีของกษัตริย์ผู้เคยยิ่งใหญ่ในอดีต เมื่ออยู่บนพระราชวังเชย์มองลงมาจะเห็นวิวที่สวยงาม จากนั้นนำท่านเที่ยวชม สตอคพาเลซ Stok Palace ซึ่งเมื่อก่อนเคยเป็นพระราชวัง แต่ปัจจุบันเปิดเป็นพิพิธภัณฑ์เก็บสะสมของใช้เครื่องแต่งกายของกษัตริย์ในอดีต
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ
  ที่พัก THE PALACE Hotel ระดับ 3 ดาวหรือ เทียบเท่า
วันที่ 4 : เลห์– ถนนที่สูงที่สุดในโลก Khardung La pass – นูบร้าวัลเลย์– ขี่อูฐ
เช้า รับประทานอาหารเช้า
  จากนั้นนำท่านเดินทางไปยัง หุบเขานูบร้าวัลเลย์หรือหุบเขาแห่งดอกไม้ซึ่งอยู่ทางเหนือของเมืองเลห์ เป็นพื้นที่ที่อุดมสมบูรณ์และมีแม่น้ำชย็อกไหลผ่าน มีสภาพอากาศอบกุ่นกว่าเมืองเลห์และมีความสูงต่ำกว่าเลห์ ทำให้อากาศเย็นสบายเหมาะแก่การเพาะปลุก ท่านสามารถชมดอกไม้นานาพันธุ์ได้ที่นี่ ในสมัยก่อนเป็นส่วนหนึ่งของเส้นทางทางบกระหว่างทิเบตและทาจิกิสฐาน ใช้เวลาเดินทางทางประมาณ 5 ชม. จะต้องผ่านถนน Khardungla Pass ซึ่งเป็นถนนที่อยู่สูงที่สุดในโลก ระดับความสูง 18,380 ฟุตหรือประมาณ 5,578 เมตรจากระดับน้ำทะเล ที่จุดนี้จะไม่อนุญาติให้นักท่องเที่ยวแวะพักนาน เนื่องจากอากาศเบาบางมาก เส้นทางนี้เป็นเส้นทางลัดเลาะหุบเขา ระหว่างโดยท่านจะเห็นแนวเทือกเขาคาราโครัมในประเทศปากีสถานและเทือกเขาหิมาลัยอันสวยงาม ระหว่างทางท่านจะได้เห็นตัวจามรีที่อากาศอยู่ในบริเวณเทือกเขาสูงในเขตหนาวเย็น และแนวลำธารอันสวยงามตลอดเส้นทาง
เที่ยง บริการอาหารกลางวัน
  เดินทางถึงนูบร้าวัลเลย์ ให้ท่านได้สนุกสนานกับการขี่อูฐบนทะเลทราย Hunder sand dune (ไม่รวมค่าขี่อูฐท่านละ 15 USD สามารถสอบถามที่หัวหน้าทัวร์ได้) และเพลิดเพลินกับการชมดอกไม้ แนวเทือกเขาหิมาลัยและลำธารอันสวยงาม
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ  
  ที่พัก DLX CAMPS COLD DESERT หรือ เทียบเท่า
วันที่ 5 : นูบร้าวัลเลย์ – วัดดิสกิต – เลห์
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ที่พักบนบ้านเรือ
  นำท่านเดินทางกลับสู่เมืองเลห์โดยเส้นทางเดิม ผ่านถนนที่สูงที่สุดในโลก Khardung La pass ระหว่างทางนำท่านชมวัดดิสกิต (Diskit Monastry) วัดนี้เป็นวัดใหญ่และเก่าแก่ที่สุดของนูบร้าวัลเลย์ ตั้งอยู่บนเนินเขาเป็นจุดชมวิวที่สวยงาม ภายในมีองค์พระศรีอาริยเมตรัยองค์ใหญ่สูงสง่าเด่นชัด สามารถมองเห็นได้จากนูบร้าวัลเลย์
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
  นำท่านเดินทางต่อไปยังเมืองเลห์
เย็น รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร
  ที่พัก THE PALACE Hotel ระดับ 3 ดาวหรือ เทียบเท่า
วันที่ 6 : เลห์ – ทะเลสาบแปงกอง – เลห์
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม 
  นำท่านเดินทางไปยังทะเลสาบแปงกอง เป็นทะเลสาบที่มีขนาด 700 ตารางกิโลเมตร ตั้งอยู่ทางตะวันตกสุดของเขตลาดักห์ จัมมูและแคชเมียร์ บนความสูง 4,267 เมตรจากระดับน้ำทะเล พื้นที่ 1 ใน 4 ของทะเลสาบอยู่ในเขตลาดักห์ของอินเดีย ส่วนที่เหลืออยู่ในเขตของทิเบต เป็นทะเลสาบน้ำเค็มที่อยู่สูงที่สุดในโลก ใช้เวลาเดินทางประมาณ 5 ชั่วโมงจากเมืองเลห์ โดยผ่านเส้นทาง Changla Pass ที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเล 5490 เมตร ระหว่างทางจะผ่านจะได้เห็นทิวทัศน์เทือกเขาอันสวยงาม แปงกองยังได้ชื่อว่าเป็นทะเลสาบหลากสี โดยมีอิทธิพลมาจากลำแสงของดวงอาทิตย์ที่ตกสะท้อนสู่ยอดเขาสูง-ต่ำด้านหลังที่เปรียบเสมือนปราการที่โอบล้อมทะเลสาบไว้ ส่งผลให้สีของน้ำในทะเลสาบล้อเล่นไปกับแสงของดวงตะวัน จากยามเช้าที่บางเบาใสในแบบคริสตัล สู่เขียวเทอร์ควอยซ์ฟ้า และน้ำเงินเข้มในเวลาเย็นย่ำ ที่นี่ยังเป็นที่รู้จักกันว่าเป็นทะเลสาบแห่งความสงบ ใสสะอาด และไม่มีที่สิ้นสุด
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน
  หลังจากนั้นนำท่านเดินทางต่อไปยังทะเลสาบแปงกอง ให้ท่านได้อิสระสัมผัสบรรยากาศ และเก็บรูปอันงดงามของทะเลสาบ หลังจากนั้นนำท่านเดินทางกลับไปยังเมืองเลห์
เย็น รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร
  ที่พัก THE PALACE Hotel ระดับ 3 ดาวหรือ เทียบเท่า
วันที่ 7 : เลห์ – เดลลี – อักรา
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม 
10.30 น. นำท่านเดินทางกลับไปยังกรุงเดลลีโดยสายการบินGo Air เที่ยวบินที่ G8 194
11.50 น. ถึงสนามบินเดลลี
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย นำท่านเดินทางโดยรถโค้ชปรับอากาศ ออกจากเมืองเดลลี โดยผ่านเข้าสู่แคว้นอุตรประเทศ ที่อุดมสมบูรณ์ด้วยแหล่งเกษตรกรรมนานาชนิดที่ผลิตเพื่อเลี้ยงดูชาวอินเดียทั้งประเทศ ไปตามถนนไฮเวย์สายใหม่ผ่านเข้าเมืองใหญ่มธุราเข้าสู่เมืองอักรา
ค่ำ รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร
  ที่พัก  CRYSTAL SAROVAR Hotel ระดับ 4 ดาว หรือ เทียบเท่า,เมืองอักรา
วันที่ 8 : อักรา – ทัชมาฮาล – อักรา ฟอร์ด – เดลลี
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม 
  นำท่านเข้าชมทัชมาฮาล แหล่งมรดกโลกเป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ที่สำคัญของโลก ซึ่งอนุสรณ์สถานแห่งความรักอันยิ่งใหญ่และอมตะของพระเจ้าชาห์จาฮันที่มีต่อพระนางมุมตัซ โดยสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1631 ต่อมานำท่านเดินสู่ประตูสุสานที่สลักตัวหนังสือภาษาอาระบิคที่เป็นถ้อยคำอุทิศและอาลัยต่อบุคคลอันเป็นที่รักที่จากไป และนำท่านถ่ายรูปกับลานน้ำพุที่มีอาคารทัชมาฮาลอยู่เบื้องหลัง แล้วนำท่านเข้าสู่ตัวอาคารที่สร้างจากหินอ่อนสีขาวบริสุทธิ์จากเมืองมกรานะ ที่ประดับลวดลายด้วยเทคนิคฝังหินสีต่างๆ ลงไปในเนื้อหิน ที่เป็นสถาปัตยกรรมชิ้นเอกของโลกที่ออกแบบโดยช่างจากเปอร์เซีย โดยอาคารตรงกลางจะเป็นรูปโดมซึ่งมีหอคอยสี่เสาล้อมรอบ  ตรงกลางด้านในเป็นที่ฝังพระศพของพระนางมุมตัซ มาฮาล และ พระเจ้าชาห์จาฮัน ได้อยู่คู่เคียงกันตลอดชั่วนิรันดร์  ทัชมาฮาลแห่งนี้ใช้เวลาก่อสร้างทั้งหมด 12 ปี โดยสิ้นเงินไป 41 ล้านรูปี มีการใช้ทองคำประดับตกแต่งส่วนต่างๆ ของอาคาร หนัก 500 กิโลกรัม และใช้คนงานกว่า 20,000 คน ต่อมานำท่านเดินอ้อมไปด้านหลังที่ติดกับแม่น้ำยมุนาโดยฝั่งตรงกันข้ามจะมีพื้นที่ขนาดใหญ่ถูกปรับดินแล้ว โดยเล่ากันว่าพระเจ้าชาห์จาฮันเตรียมที่จะสร้างสุสานของตัวเองเป็นหินอ่อนสีดำโดยตัวรูปอาคารจะเป็นแบบเดียวกันกับทัชมาฮาล เพื่อที่จะอยู่เคียงข้างกัน แต่ถูกออรังเซบ ยึดอำนาจและนำตัวไปคุมขังไว้ในป้อมอักราเสียก่อน             
จากนั้นนำท่านเข้าชมอักราฟอร์ด แหล่งมรดกโลก ทิ่ติดริมแม่น้ำยมุนาสร้างโดยพระเจ้าอัคบาร์มหาราชแห่งราชวงศ์โมกุล  เมื่อปี ค.ศ. 1565 เป็นทั้งพระราชวังที่ประทับและเป็นป้อมปราการ ต่อมาพระโอรส คือ พระเจ้าชาฮันกีร์  และพระนัดดา (โอรสของพระเจ้าชาฮันกีร์) , พระเจ้าชาห์จาฮานได้สร้างขยายต่อเติมป้อมและพระราชวังแห่งนี้อย่างใหญ่โต และนำท่านเข้าชมป้อมผ่านประตู อำมรรสิงห์ เข้าสู่ส่วนที่เป็นพระราชวัง  ผ่านลานสวนประดับ อ่างหินทรายสีแดงขนาดยักษ์สำหรับสรงน้ำ ท่านจะได้เห็นสถาปัตยกรรมสามยุคสมัยตามรสนิยมที่แตกต่างกันของสามกษัตริย์ นำท่านเข้าชมด้านในพระตำหนักต่างๆที่สลักลวดลายศิลปะแบบโมกุลที่มีอิทธิพลจากศิลปะอินเดีย ผสมผสานกับศิลปะเปอร์เซีย แล้วนำขึ้นสู่ระเบียงชั้นที่สองที่มีเฉลียงมุข ซึ่งสามารถมองเห็นชมทิวทัศน์ลำน้ำยมุนาได้ ต่อมานำชมห้องที่ประทับของกษัตริย์ ,พระโอรส, พระธิดาและองค์ต่างๆ แล้วนำชมพระตำหนัก มาซัมมัน บูร์ช ที่มีเฉลียงมุขแปดเหลี่ยม มีหน้าต่างเปิดกว้าง ที่สามารถมองเห็นทัชมาฮาลได้ ในพระตำหนักนี้เองที่เล่ากันว่า ชาห์จาฮัน ถูกพระโอรส ออรังเซบ จองจำขังไว้ 7 ปี ในช่วงปลายรัชกาลจนสิ้นพระชนม์ แล้วก็นำชมลานสวนประดับ ดิวันอีอาอำ ที่ชั้นบนด้านหนึ่งเคยเป็นที่ประดิษฐานบัลลังก์นกยูงอันยิ่งใหญ่ (ปัจจุบันอยู่ในประเทศอิหร่าน) และที่ลานสวนประดับแห่งนี้เองที่พระเจ้าชาห์จาฮัน ได้พบรักครั้งแรกกับพระนางมุมตัซ  ที่ได้นำสินค้าเป็นสร้อยไข่มุกเข้ามาขายให้กับนางในฮาเร็ม
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย นำท่านเดินทางกลับสู่เมืองเดลลี
ค่ำ รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร
20.00 น. ได้เวลาอันสมควรนำท่านเดินทางสู่สนามบินนานาชาติ อินธิรา คานธี กรุงนิวเดลลี
23.30 น. นำท่านเดินทางกลับสู่สนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพฯ โดยสายการบินไทยเที่ยวบินที่  TG 316 (มีบริการอาหารบนเครื่อง)
วันที่ 9 : เดลลี – กรุงเทพฯ
05.45 น. เดินทางถึงสนามบินสุวรรณภูมิโดยสวัสดิภาพ
 

 

 

48,900 THB
จำนวน: