GHTKTM002 อินเดีย เนปาล เขาคิชฌกูฏ 8 วัน 7 คืน WE *Nov-Dec

อินเดีย เนปาล เขาคิชฌกูฏ 8 วัน 7 คืน
โดยสายการบินไทยสมายล์ WE 

• ตามรอยศรัทธาพระพุทธเจ้า อินเดีย – เนปาล
• เยือนเมือง ลุมพินี – พุทธคยา – สารนาถ – กุสินารา
• นมัสการสถานที่ ประสูติ ตรัสรู้ ปฐมเทศนา และปรินิพพาน
• ขึ้นเขาคิชฌกูฎ นมัสการถ้ำพระโมลคัลลา ชมกุฏีพระอานนท์ นมัสการมูลคันธกุฎีสถานที่ประทับของพระพุทธเจ้า
• ลงเรือล่องแม่น้ำคงคา ชมวิถีชีวิตของชาวฮินดู

กำหนดการเดินทาง
วันที่เดินทาง ระยะเวลา รหัสทัวร์ สายการบิน ราคา(เริ่มที่)
2017-11-08 8 วัน G5GAYWE171108P1 WE 48,900
2017-11-28 8 วัน G5GAYWE171128P1 WE 48,900
2017-12-03 8 วัน G5GAYWE171203P1 WE 48,900
2017-12-05 8 วัน G5GAYWE171205P1 WE 48,900
โปรแกรมการเดินทาง
วันที่ 1 : กรุงเทพฯ – พุทธคยา
10.00 น. คณะมาพร้อมกันที่ สนามบินสุวรรณภูมิ ผู้โดยสารขาออกชั้น 4 ประตู 3 เคาน์เตอร์ เช็คอินกรุ๊ปของสายการบิน ไทยสมาย์ ( Thai Smile Airway) โดยมีเจ้าหน้าที่และหัวหน้าทัวร์ให้การต้อนรับ และอำนวยความสะดวก
12.10 น. ออกเดินทางสู่ เมืองคยา โดยสายการบินไทยสมาย์ เที่ยวบินที่ WE 327 (มีบริการอาหารบนเครื่อง)
14.00 น. ถึงสนามบิน เมืองคยา ประเทศอินเดีย (เวลาท้องถิ่น ช้ากว่าประเทศไทย 01.30 ชั่วโมง) และผ่านขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร แล้วนำท่านเข้าสู่ที่พัก
บ่าย เริ่มต้นการจาริกแสวงบุญสังเวชนียสถานทั้งสี่แห่ง แห่งที่ ๑ พุทธคยา สถานที่เชื่อกันว่าเป็นที่ตรัสรู้ ของพระพุทธเจ้าซึ่งค้นพบโดยนักโบราณคดีชาวอังกฤษ ชื่อ เซอร์ อเลกซานเดอร์ คันนิงแฮม เมื่อร้อยกว่าปีก่อนแล้วนำท่านนมัสการสถูปพุทธคยา ทรงศิขระที่ได้รับการบูรณะใหม่ภายในประดิษฐานพระพุทธรูป “พระพุทธเมตตา” ปางมารวิชัย แล้วนำนมัสการต้นศรีมหาโพธิ์ที่ได้นำพันธุ์มาปลูกตรงที่เชื่อกันว่าเป็นจุดที่พระพุทธเจ้าประทับนั่งบำเพ็ญเพียรจนตรัสรู้สมโพธิญาณ แล้วนำชมสัตตมหาสถาน สถานที่พระพุทธเจ้าเสวยวิมุติสุขหลังจากตรัสรู้แล้วเจ็ดแห่ง แห่งละสัปดาห์รอบๆพุทธคยาเพื่อทบทวนความรู้ก่อนที่จะเสด็จออกสั่งสอนผู้คน อันประกอบไปด้วย
  1. เสด็จประทับบนพระแท่นวัชรอาสน์ ใต้ต้นศรีมหาโพธิ์พร้อมเสวยวิมุตติสุขตลอด ๗ วัน ในสัปดาห์ที่ ๑
  2. เสด็จประทับ ณ อนิมิสเจดีย์ ทรงยืนจ้องพระเนตรดูต้นศรีมหาโพธิ์ โดยมิได้กระพริบพระเนตรตลอด ๗ วัน ในสัปดาห์ที่ ๒
  3. เสด็จประทับ ณ รัตนจงกรมเจดีย์ ทรงนิมิตจงกรมขึ้น แล้วเสด็จจงกรมเป็นเวลา ๗ วัน ในสัปดาห์ที่ ๓
  4. เสด็จประทับ ณ รัตนฆรเจดีย์ โดยเสด็จไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของต้นศรีมหาโพธิ์ และประทับนั่งขัดสมาธิในเรือนแก้วซึ่งเทวดานิรมิตถวาย ทรงพิจารณาพระอภิธรรม๗ วัน ในสัปดาห์ที่ ๔
  5. เสด็จไปประทับนั่งขัดสมาธิใต้ต้นไทร อชปาลนิโครธ ซึ่งเป็นที่พักของคนเลี้ยงแกะ ในสัปดาห์ที่๕
  6. เสด็จไปประทับนั่งขัดสมาธิใต้ต้นจิก มุจลินทร์ ไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของต้นศรีมหาโพธิ์ ในสัปดาห์ที่ ๖
  7. เสด็จไปประทับใต้ต้นเกด ราชายตนะ ประทับนั่งเสวยวิมุติสุขตลอด ๗วัน
        จากนั้นนำท่านชมศิลปะอินเดียสมัยพระเจ้าอโศกอายุกว่า ๒,๒๐๐ ปี ชมเสาพระเจ้าอโศกที่ทรงให้สร้างเพื่อประกาศศาสนาและถวายเป็นพุทธบูชาแก่สังเวชนียสถาน ชมประตูโทรณะที่สลัก เรื่องราวเกี่ยวกับพุทธประวัติ แล้วชมสถูปและภาพสลักอดีตพระพุทธเจ้าศิลปะสมัยปาละอายุราว ๑,๒๐๐ ปี “สมัยปาละเป็นช่วงที่พุทธศาสนารุ่งเรืองแผ่ขยายอยู่ในอินเดียภาคเหนือโดยมีศูนย์กลางอยู่ที่มหาวิทยาลัยนาลันทา รัฐพิหารตามหลักฐานการบันทึกจดหมายเหตุการณ์เดินทางมาสืบทอดพุทธศาสนาของหลวงจีนเหี้ยนจัง (พระถังซัมจั๋ง) และหลวงจีนอี้จิง จากประเทศจีน” ได้เวลาสมควรนำท่านเดินทางกลับสู่ที่พัก
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม 
  ที่พัก Taj Darbar Hotel ระดับ 4 ดาว หรือ เทียบเท่า,เมืองคยา
วันที่ 2 : พุทธคยา – ราชคฤห์ – นาลันทา – เวสาลี
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม 
  นำท่านเดินทางสู่เมืองราชคฤห์ นครหลวงแห่งแคว้นมคธ นำท่านเดินขึ้นเขาคิชฌกูฎ หนึ่งในเบญจคีรี ได้แก่เวภาระ เวปุละ คิชฌกูฏ อิสิคิลิ และปัณฑวะชมวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม นมัสการถ้ำพระโมคคัลลา ชมถ้ำพระสารีบุตรสถานที่ที่พระสารีบุตรสำเร็จเป็นพระอรหันต์ ชมกุฏีของพระอานนท์ นมัสการมูลคันธกุฏีสถานที่ประทับของพระพุทธเจ้า ไหว้พระสวดมนต์ที่ยอดเขาคิชกูฎ จากนั้นนำท่านชมวัดชีวกัมพวัน โรงพยาบาลสงฆ์แห่งแรกของโลก “ชีวกัมพวัน” เป็นสวนป่ามะม่วงที่หมอชีวกโกมารภัจจ์อุทิศถวายเป็นสังฆารามแด่พระพุทธเจ้าและพระภิกษุสงฆ์ ปัจจุบันเหลือซากโบราณสถานให้เห็นเป็นซากหินเรียงรายกันอยู่ เมื่อครั้งที่พระพุทธเจ้าทรงประชวรห้อพระโลหิตจากการที่สะเก็ดหินมากระแทกถูกพระบาทเพราะพระเทวทัตกลิ้งหินลงมาหมายปลงพระชนม์พระพุทธเจ้า พระภิกษุสงฆ์ได้พาพระพุทธองค์มาที่ชีวกัมพวัน และหมอชีวกเป็นผู้ถวายการรักษาโดยการผ่าตัดเอาสะเก็ดหินออก ชีวกัมพวันจึงถูกเรียกว่าเป็นโรงพยาบาลสงฆ์แห่งแรกในพระพุทธศาสนา
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ห้องอาหารของโรงแรม 
บ่าย นำท่านเดินทางสู่ วัดเวฬุวนารามมหาสังฆยิกาวาส (วัดเวฬุวัน)วัดแห่งแรกในพระพุทธศาสนาและเป็นสถานที่แสดงโอวาทปาฏิโมกข์แก่พระอริยสงฆ์1250องค์ มีสถูปที่บรรจุพระอัฐิธาตุของพระโมคคัลลานะและพระอัญญาโกญฑัญญะ จากนั้นนำท่านเดินทางสู่นาลันทา นมัสการหลวงพ่อดำซึ่งเป็นพระพุทธรูปที่สร้างด้วยหินแกรนิตสีดำซึ่งสร้างรุ่นราวคราวเดียวกับพระพุทธเมตตา จากนั้นนำท่านเยี่ยมชมมหาวิทยาลัยนาลันทา มหาวิทยาลัยที่ใหญ่ที่สุดในโลกเป็นศูนย์การศึกษาในสมัยพุทธกาล ต่อมาในปีพ.ศ.๑๗๔๒ กองทัพมุสลิมเติร์กได้ยกทัพมารุกราน รบชนะกษัตริย์แห่งชมพูทวีปฝ่ายเหนือกองทัพมุสลิมเติร์กได้เผาผลาญทำลายวัดและปูชนียสถาน ในพุทธศาสนาลงแทบทั้งหมดและสังหารผู้ที่ไม่ยอมเปลี่ยนศาสนา นาลันทามหาวิหารก็ถูกเผาผลาญทำลายลงในช่วงระยะเวลานั้นว่ากันว่าไฟที่ลุกโชนเผานาลันทานานถึง 3 เดือนกว่าจะเผานาลันทาได้หมด ได้เวลาสมควรนำท่านเดินทางสู่เมืองเวสาลี
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม 
  ที่พัก Vishali Residency Hotel ระดับ 4 ดาว หรือ เทียบเท่า,เมืองเวสาลี
วันที่ 3 : เวสาลี – กุสินารา
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม 
  นำท่านชมเมืองหลวงของอาณาจักรวัชชี หนึ่งในสิบหกแค้วนของชมพูทวีปในสมัยโบราณ เมืองนี้มีชื่อหลายชื่อคือ ไพสาลี ไวสาลี และเมืองนี้เป็นศูนย์กลางการเผยแพร่พุทธศาสนาที่สำคัญแห่งหนึ่ง รวมทั้งเป็นที่กำเนิดของพระมหาวีระศาสดาของศาสนาเชนและที่เป็นต้นกำเนิดของการทำน้ำมนต์ในพุทธศาสนา เนื่องจากได้เกิดทุพิกขภัยร้ายแรงทั่วเมืองเวสาลีมีคนตายมากมาย กษัตริย์ลิจฉวีจึงได้นิมนต์ให้พระพุทธเจ้าได้มาโปรดชาวเมือง พระพุทธเจ้าจึงนำเหล่าภิกษุ ๕๐๐ รูป เดินทางไปโปรดที่เมืองไวสาลี พร้อมทั้งได้มีการประพรมน้ำมนต์ทั่วทั้งเมือง นำท่านเที่ยวชม วัดป่ามหาวัน ชมเสาอโศกที่สมบูรณ์ที่สุดและงดงามที่สุดของอินเดีย เมืองเวสาลีมีความสำคัญมาตั้งแต่สมัยก่อนพุทธกาล โดยเป็นเมืองหลวงแห่งแคว้นที่มีความเจริญรุ่งเรืองมากแคว้นหนึ่งในบรรดา ๑๖ แคว้นของชมพูทวีป มีการปกครองด้วยระบบสามัคคีธรรมหรือคณาธิปไตย ที่สามารถเรียกได้ว่าเป็นการปกครองแบบประชาธิปไตยระบบหนึ่ง คือไม่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขทรงอำนาจสิทธิ์ขาด มีแต่ผู้เป็นประมุขแห่งรัฐซึ่งบริหารงานโดยความเห็นชอบจากรัฐสภา ซึ่งจะประกอบไปด้วยเหล่าสมาชิกจากเจ้าวงศ์ต่าง ๆ ซึ่งรวมเป็นคณะผู้ครองแคว้น ในคัมภีร์พระพุทธศาสนากล่าวว่าเจ้าวงศ์ต่างๆ มีถึง ๘วงศ์ และในจำนวนนี้วงศ์เจ้าลิจฉวีแห่งเวสาลีและวงศ์เจ้าวิเทหะแห่งเมืองมิถิลาเป็นวงศ์ที่มีอิทธิพลที่สุด ในสมัยพุทธกาลพระพุทธเจ้าเคยเสด็จมาที่เวสาลีหลายครั้ง แต่ละครั้งจะทรงประทับที่กูฏาคารศาลาป่ามหาวันเป็นส่วนใหญ่ พระสูตรหลายพระสูตรเกิดขึ้นที่เมืองแห่งนี้ และที่กูฏาคารศาลานี่เองที่เป็นที่ๆ พระพุทธองค์ทรงอนุญาตให้พระนางมหาปชาบดีโคตมีเถรี พระน้านางของพระพุทธองค์ พร้อมกับบริวาร สามารถอุปสมบทเป็นภิกษุณีได้เป็นครั้งแรกในโลก และในการเสด็จครั้งสุดท้ายของพระพุทธองค์ พระองค์ได้ทรงรับสวนมะม่วงของนางอัมพปาลี นางคณิกาประจำเมืองเวสาลี ซึ่งนางได้อุทิศถวายเป็นอารามในพระพุทธศาสนา พระพุทธองค์ได้ทรงจำพรรษาสุดท้ายที่เวฬุวคาม และได้ทรงปลงอายุสังขารที่ปาวาลเจดีย์ และเมื่อหลังพุทธปรินิพพานแล้วได้ ๑๐๐ ปี ได้มีการทำสังคายนาครั้งที่ ๒ ณ วาลิการาม ซึ่งทั้งหมดล้วนอยู่ในเมืองเวสาลี
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ห้องอาหารของโรงแรม 
บ่าย นำท่านเดินทางโดยรถโค้ชปรับอากาศสู่ เมืองกุสินาราซึ่งเป็นสถานที่ปรินิพพานของพระพุทธเจ้า
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม 
  ที่พัก Imperial Hotel ระดับ 4 ดาว หรือ เทียบเท่า,เมืองกุสินารา
วันที่ 4 : กุสินารา – ลุมพินี
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม 
  นำท่านชมสังเวชนียสถานแหล่งที่ ๔ กุสินารา ในสมัยพุทธกาลเป็นเมืองเอกหนึ่งในสองของแคว้นมัลละ อยู่ตรงข้ามฝั่งแม่น้ำคู่กับเมืองปาวา เป็นที่ตั้งของสาลวโนทยานหรือป่าไม้พระพุทธเจ้าเสด็จดับขันธปรินิพพานและเป็นสถานที่ถวายพระเพลิงพระพุทธเจ้า “สาลวโนทาย” สถานที่เสด็จดับขันธปรินิพพาน มีชื่อเรียกในท้องถิ่นว่า มาถากุนวะระกาโกฏ (Matha-Kunwar-Ka-Kot) ซึ่งแปลว่า ตำบลเจ้าชายสิ้นชีพ ปรากฏตามคัมภีร์ว่า เมืองนี้เคยเป็นที่ปรินิพพานของพระพุทธเจ้าพระนามว่าผุสสะ เป็นที่เกิดบำเพ็ญบารมีของพระโพธิสัตว์หลายครั้ง เคยเป็นราชธานีนามว่ากุสาวดีของพระเจ้ามหาสุทัสสนจักรพรรดิ ปัจจุบันกุสินารามีอนุสรณ์สถานที่สำคัญคือสถูปใหญ่ซึ่งพระเจ้าอโศกมหาราชสร้างไว้และบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ วิหารปรินิพพานซึ่งเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปปางปรินิพพานอยู่ภายในและมีซากศาสนสถานโบราณโดยรอบมากมาย จากนั้นนำท่านนมัสการสถานที่ถวายพระเพลิงพระพุทธเจ้า ที่มกุฎพันธเจดีย์ แล้วนำนั่งสมาธิที่วิหารพระรูปพระพุทธไสยาสน์ มีจารึกกำหนดอายุเก่าแก่กว่า ๑,๔๐๐ปี แสดงตอนเสด็จปรินิพพาน ได้เวลาสมควรนำท่านเดินทางโดยรถโค้ชปรับอากาศสู่ชายแดนประเทศอินเดีย–เนปาล ประทับตราหนังสือเดินทางเพื่อผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมือง
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ห้องอาหารของโรงแรม 
บ่าย นำท่านเดินทางโดยรถโค้ชปรับอากาศสู่ เมืองลุมพินีซึ่งเป็นสถานที่ประสูติของพระพุทธเจ้า
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม 
  ที่พัก Nirvana Hotel ระดับ 4 ดาว หรือ เทียบเท่า,เมืองลุมพินี, ประเทศเนปาล
วันที่ 5 : ลุมพินี (เนปาล) – สาวัตถี
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม 
  นำท่านชม สังเวชนียสถานแหล่งที่ ๓ สวนลุมพินีวัน เป็นสถานที่พระนางสิริมหามายาประสูติเจ้าชายสิทธัตถะกุมาร เมื่อวันศุกร์ วันเพ็ญเดือน ๖ ปีจอ ก่อนพุทธศักราช ๘๐ปี ซึ้งภายในบริเวณมีวิหารมหามายา สระโบกขรณี และเสาพระเจ้าอโศกที่มีขนาดความสูง ๒๒ ฟุต ๔ นิ้วและมีข้อความจารึกเป็นหลักฐานว่า “ณ ที่นี่คือ สถานที่ประสูติของเจ้าชายสิทธัตถะ และพระเจ้าอโศกเสด็จมาบูชาในปีที่ ๒๐ แห่งรัชกาลของพระองค์” (ประมาณพุทธศตวรรษที่ ๓ ) ปัจจุบันลุมพินีวันได้รับการบูรณะและมีถาวรวัตถุสำคัญที่ชาวพุทธนิยมไปสักการะ คือ “เสาหินพระเจ้าอโศกมหาราช” ที่ระบุว่าสถานที่นี้เป็นสถานที่ประสูติของเจ้าชายสิทธัตถะ นอกจากนี้ยังมี “วิหารมายาเทวี” ภายในประดิษฐานภาพหินแกะสลักพระรูปพระนางสิริมหามายาประสูติพระราชโอรส โดยเป็นวิหารเก่ามีอายุร่วมสมัยกับเสาหินพระเจ้าอโศก ปัจจุบันทางการเนปาลได้สร้างวิหารใหม่ทับวิหารมายาเทวีหลังเก่า และได้ขุดค้นพบศิลาจารึกรูปคล้ายรอยเท้า สันนิษฐานว่าเป็นจารึกรอยเท้าก้าวที่เจ็ดของเจ้าชายสิทธัตถะที่ทรงดำเนินได้เจ็ดก้าวในวันประสูติ ปัจจุบันลุมพินีวันอยู่ในเขตประเทศเนปาล ติดชายแดนประเทศอินเดียทางเหนือเมืองโคราฆปุระ ห่างจากเมืองติเลาราโกต (หรือ นครกบิลพัสดุ์) ทางทิศตะวันออก ๑๑ กิโลเมตร และห่างจากสิทธารถนคร (หรือนครเทวทหะ) ทางทิศตะวันตก๑๑กิโลเมตร ซึ่งถูกต้องตามตำราพระพุทธศาสนาที่กล่าวว่าลุมพินีวันสถานที่ประสูติตั้งอยู่ระหว่างเมืองกบิลพัสดุ์และเมืองเทวทหะ ปัจจุบันลุมพินีวันมีเนื้อที่ประมาณ ๒,๐๐๐ ไร่ ทางการเรียกสถานที่นี้ว่า รุมมินเด มีสภาพเป็นชนบท มีผู้อาศัยอยู่ไม่มากมีสิ่งปลูกสร้างเป็นพุทธสถานเพียงเล็กน้อย แต่มีวัดพุทธอยู่ในบริเวณนี้หลายวัด รวมทั้งวัดไทยลุมพินี ลุมพินีวันได้รับการยกย่องจากองค์การยูเนสโกให้เป็นมรดกโลกประเภทมรดกทางวัฒนธรรมตั้งแต่ปี พ.ศ.๒๕๔๐ ได้เวลาสมควรนำท่านเดินทางสู่เมืองสาวัตถี
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ห้องอาหารของโรงแรม 
บ่าย นำท่านเดินทางโดยรถโค้ชปรับอากาศสู่เมืองสาวัตถีที่เป็นเมืองโบราณในสมัยพุทธกาล                     
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม   
  ที่พัก Pawan Palace Hotel ระดับ 4 ดาว หรือ เทียบเท่า,เมืองสาวัตถี
วันที่ 6 : สาวัตถี – พาราณสี
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม   
  นำท่านชม เมืองสาวัตถี  ที่เป็นเมืองโบราณในสมัยพุทธกาลที่มีความสำคัญในฐานะที่เป็นเมืองหลวงของแคว้นโกศล ๑ ในแคว้นมหาอำนาจใน ๑๖ มหาชนบท ในสมัยพุทธกาล เมืองสาวัตถีนับว่าเป็นเมืองสำคัญในการเป็นฐานในการเผยแพร่พระพุทธศาสนาของพระพุทธเจ้าที่สำคัญเพราะเป็นเมืองที่พระพุทธเจ้าประทับนานที่สุดถึง ๒๕ พรรษา เป็นที่ตรัสพระสูตรมากมายและเป็นเมืองที่พระพุทธศาสนามั่นคงที่สุด ปัจจุบันยังมีซากโบราณสถานที่สำคัญปรากฏร่องรอยอยู่ คือ ที่แสดงยมกปาฏิหาริย์ (อ่านว่า ยะ – มะ – กะ – ปา – ติ – หาน, สถานที่ที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงยมกปาฏิหาริย์ครั้งนี้ คือที่โคนต้นมะม่วง  หรือ คัณฑามพพฤกษ์ในเมืองสาวัตถี มูลเหตุที่ทรงแสดงคือเพราะพวกเดียรถีย์นักบวชนอกศาสนาพุทธ ท้าพระพุทธเจ้าแข่งแสดงปาฏิหาริย์ว่าใครจะเก่งกว่ากันพวกเดียรถีย์ทราบว่าพระพุทธเจ้าจะแสดงยมกปาฏิหาริย์ที่โคนต้นมะม่วงจึงให้สาวกและชาวบ้านที่นับถือพวกตนจัดการโค่นต้นมะม่วงเสียสิ้นไม่เหลือ แต่พระพุทธเจ้าก็ทรงแสดงยมกปาฏิหาริย์ที่โคน ต้นมะม่วงจนได้ โดยมีผู้นำผลมะม่วงสุกมาถวายทรงฉันเสร็จแล้วรับสั่งให้คนปลูกเมล็ดลงดินแล้วพระองค์ทรงใช้น้ำที่ล้างพระหัตถ์รด ปรากฎว่าหน่อมะม่วงโตพรวดพราดแตกกิ่งก้านสูงขึ้นถึง  ๕๐  ศอก  ผลที่สุดพวกเดียรถีย์พ่ายแพ้ไป), สถานที่ถูกแผ่นดินสูบ (หน้าวัดพระเชตุวันมหาวิหาร), บ้านบิดาขององคุลีมาล(สถูป), บริเวณวังของพระเจ้าปเสนทิโกศล, บ้านของอนาถบิณฑิกเศรษฐี(สถูป), วัดเชตุวันมหาวิหาร (ซึ่งพระพุทธเจ้าเคยประทับอยู่ถึง ๑๙ พรรษา) รวมถึง ต้นอานันทโพธิ์ ซึ่งเป็นต้นโพธิ์ที่ชาวพุทธนับถือว่ามีความศักดิ์สิทธิ์เป็นอันดับสองรองจากต้นพระศรีมหาโพธิ์ที่พุทธคยาที่วัดเชตุวันมหาวิหาร เป็นต้น
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ห้องอาหารของโรงแรม   
บ่าย นำเดินทางโดยรถโค้ชปรับอากาศสู่เมืองพาราณสี สถานที่แสดงปฐมเทศนา        
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ห้องอาหารของโรงแรม   
  ที่พัก The Amayaa Hotel ระดับ 4 ดาว หรือ เทียบเท่า,เมืองพาราณสี
วันที่ 7 : พาราณสี – พุทธคยา
05.00 น. อรุณสวัสดิ์ยามเช้ากับเช้าวันใหม่ที่สดใส นำท่านสัมผัสกับความหลากหลายของผู้คนและที่แม่น้ำคงคาที่ชาวฮินดูเชื่อว่าเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์เนื่องจากเป็นจุดที่ตุ้มหู ของพระศิวะตกอยู่ใต้แม่น้ำแห่งนี้ ในทางพุทธศาสนาเองเชื่อกันว่าเป็นสถานที่ได้นำพระอัฐิของพระพุทธเจ้ามาลอยอังคารที่แม่น้ำแห่งนี้ด้วย ท่านจะได้นั่งเรือเพื่อไปถวายกระทงเป็นพุทธบูชา ณ ที่นี่เองท่านจะได้สัมผัสวิถีชีวิตของชาวฮินดูซึ่งจะมาอาบน้ำ ดื่มน้ำรวมทั้งท่าน้ำที่นี่จะมีพิธีเผาศพในช่วงเช้าตรู่ก่อนพระอาทิตย์ขึ้น จากนั้นนำท่านเดินทางกลับโรงแรม
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม   
  นำชมสังเวชนียสถานแหล่งที่ ๒ สารนาถ สถานที่แสดงปฐมเทศนา นมัสการสถูปเจาคันธี สถานที่พระพุทธเจ้าพบปัจจัคคีอีกครั้งหลังจากตรัสรู้แล้ว นำนมัสการธรรมเมขสถูป ที่เชื่อกันว่าเป็นสถานที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงปฐมเทศนาหัวข้อธรรมจักกัปปวัตตนสูตรทำให้พระโกณฑัญญะบรรลุโสดาบันพระพุทธศาสนาจึงมีพระรัตนตรัยครบ ๓ ประการ แล้วนำชมวิหารมูลคันธกุฏิหลังใหม่ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปปางปฐมเทศนาเลียนแบบคุปตะและจิตรกรรมฝาผนังเล่าเรื่องพุทธประวัติฝีมือช่างชาวญี่ปุ่น แล้วนำท่านชมพิพิธภัณฑ์แห่งเมืองสารนาถ  ชมหัวเสาพระเจ้าอโศก ทำเป็นรูปสิงห์บางท่านอธิบายว่าเป็นสัญลักษณ์ของศากยสิงห์พระราชวงศ์ของพระพุทธเจ้า เสามีฐานบัวคว่ำ มีบัลลังก์สี่เหลี่ยมรอบสลักเป็นรูปธรรมจักรและรูปช้าง ม้า สิงห์และโค แล้วนำชมโบราณวัตถุที่ขุดค้นพบในบริเวณเมืองสารนาถและเมืองใกล้เคียง อาทิเช่น พระพุทธรูปศิลปะแบบคันธาระ แบบมถุรา แบบคุปตะ และ แบบปาละ ฯลฯ แล้วนำชมโบราณวัตถุชิ้นเอกของพิพิธภัณฑ์ พระพุทธรูปแบบคุปตะปางปฐมเทศนา ที่ค้นพบบริเวณใกล้ๆกับ มูลคันธกุฎี สถานที่จำพรรษาของพระพุทธเจ้า “อนึ่งศิลปะคุปตะได้รับการยกย่องว่ามีความงดงามและสมบูรณ์แบบที่สุดในศิลปะอินเดียทั้งมวลและเมืองสารนาถยังเป็นศูนย์กลางของโรงเรียนสกุลช่างคุปตะ ที่อายุเก่าแก่ถึง ๑,๔๐๐ ปีมาแล้ว
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ห้องอาหารของโรงแรม   
บ่าย นำท่านเดินทางกลับไปยังเมืองพุทธคยา
  ที่พัก Taj Darbar Hotel ระดับ 4 ดาว หรือ เทียบเท่า,เมืองคยา
วันที่ 8 : พุทธคยา – กรุงเทพฯ
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม   
  นำท่านชม พระมหาโพธิ์เจดีย์อนุสรณ์สถานแห่งการตรัสรู้ของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ภายในประดิษฐานพระพุทธเมตตาพระพุทธรูปที่รอดจากการถูกทำลายจากพระเจ้าศศางกา พระพุทธ รูปองค์นี้เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยแบบศิลปะปาละ เป็นที่เคารพศรัทธาของชาวพุทธทั่วโลก
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ห้องอาหารของโรงแรม   
บ่าย ได้เวลาสมควร นำท่านเดินทางสู่สนามบินพุทธคยา
14.45 น. ออกเดินทางกลับสู่กรุงเทพฯ ประเทศไทย โดยสายการบินไทยสมาย์ เที่ยวบินที่  WE328 (มีบริการอาหารบนเครื่อง)
21.35 น. ถึงสนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพมหานคร โดยสวัสดิภาพ
 

 

48,900 THB
จำนวน: