SBTIND002 อินเดีย ทัชมาฮาล ชัยปุระ นครสีชมพู 4วัน 2คืน *Dec-April18

อินเดีย ทัชมาฮาล ชัยปุระ นครสีชมพู 4วัน 2คืน
โดยสายการบินแอร์เอเชีย (FD) 

ไฮไลท์.....ราคาทัวร์สบายกระเป๋า
1. ชม นครสีชมพู เมืองชัยปุระ เมืองหลักของราชสถาน 
2. ชมพระราชวังแห่งสายลม ฮาวามาฮาล สถาปัตยกรรมอันโดดเด่นสวยงาม
3. ชม Amber fort ป้อมปราการที่ผสมผสานด้วยสถาปัตยกรรมระหว่างศิลปะฮินดูและศิลปะราชปุต
4. ชม บ่อน้ำจันเบารี ซึ่งเป็นบ่อน้ำขนาดใหญ่และลึกที่สุดในอินเดีย
5. ชม “ทัชมาฮาล” อนุสรณ์แห่งความรักอันลือชื่อและ “อักราฟอร์ด” ป้อมปราการที่ยิ่งใหญ่

กำหนดการเดินทาง
วันที่เดินทาง ระยะเวลา รหัสทัวร์ สายการบิน ราคา
(เริ่มที่)
2017-12-29 4 วัน GTJAIFD17122900 FD 16,991
2018-01-12 4 วัน GTJAIFD18011200 FD 13,551
2018-01-26 4 วัน GTJAIFD18012600 FD 13,551
2018-02-23 4 วัน GTJAIFD18022300 FD 12,991
2018-03-23 4 วัน GTJAIFD18032300 FD 12,991
2018-04-13 4 วัน GTJAIFD18041300 FD 16,551
โปรแกรมการเดินทาง
วันที่ 1 : สนามบินดอนเมือง – ชัยปุระ
18.00 น. คณะพร้อมกันที่สนามบินดอนเมือง อาคารผู้โดยสารขาออกระหว่างประเทศชั้น 2 เคาน์เตอร์สายการบินแอร์เอเชีย โดยมีเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวกจัดเตรียมเอกสารการเดินทางและสัมภาระให้กับท่าน
21.20 น. ออกเดินทางสู่ เมืองชัยปุระ ประเทศอินเดีย โดยสายการบิน Air Asia เที่ยวบินที่ FD130  (ใช้เวลาบินประมาณ 4.20 ชั่วโมง)
00.20 น.   คณะเดินทางถึง สนามบินชัยปูระ นำท่านผ่านพิธีการศุลการกรและรับกระเป๋าเรียบร้อยแล้ว หลังจากนั้นนำท่านเดินทางสู่ที่พัก
ที่พัก CRIMSOM PARK HOTEL  ระดับ 3 ดาว หรือ เทียบเท่า,เมืองชัยปูระ
วันที่ 2 : ชัยปุระ - ฮาวา มาฮาล – ป้อมแอมเบอร์ – ซิติพาเลส – อัครา
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
  นำท่านชม เมืองชัยปูระ นครแห่งชัยชนะ คนอินเดียเรียกเมืองนี้ว่า จัยปูร์ หรือ จัยเปอร์ รัฐราชสถานได้ชื่อว่า นครสีชมพู (Pink city) โดยที่มาของเมืองสีชมพูก็เนื่องจากในปี ค.ศ. 1876 มหาราช ซาราม ซิงห์ (Maharaja Ram Singh) ได้มีรับสั่งให้ประชาชนทาสีชมพูทับบนสีปูนเก่าของบ้านเรือนตนเอง เพื่อแสดงถึงไมตรีจิตครั้งต้อนรับการมาเยือนของเจ้าชายแห่งเวลส์ (Prince of Waies) เจ้าชายมกุฎราชกุมารของอังกฤษ ซึ่งภายหลังคือกษัตริย์เอ็ดเวิร์ดที่ 7 (King Edward Vll) แห่งสหราชอาณาจักรและต่อมารัฐบาลอินเดียก็ยังออกกฎหมายควบคุมให้สิ่งก่อสร้างภายในเขตกำแพงเมืองเก่าต้องทาสีชมพูเช่นเดิม ปัจจุบันเมืองชัยปุระเป็นศูนย์กลางทางการค้าซึ่งทันสมัยสุดของรัฐราชสถาน สิ่งที่น่าสนใจในเมืองชัยปูระคือ ผังเมืองเก่า และสิ่งก่อสร้างดั้งเดิม รวมทั้งประตูเมืองซึ่งยังคงอยู่ในสภาพค่อนข้างสมบูรณ์ นอกจากนี้สีชมพูของเมืองก็กลายเป็นเอกลักษณ์ จนทำให้เมืองนี้เป็นจุดหมายของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก  หลังจากนั้นนำท่านชมภายนอก ฮาวา มาฮาล  (HAWA MAHAL) แปลว่า พระราชวังแห่งสายลม เป็นพระราชวัง ตั้งอยู่ในเมืองชัยปุระ รัฐราชสถาน ประเทศอินเดีย สร้างในปีค.ศ. 1799 โดยมหาราชาสะหวาย ประธาป สิงห์ (Maharaja Sawai Pratap Singh) ออกแบบโดยลาล ชันด์ อุสถัด (Lal Chand Ustad) โดยถอดแบบมาจากรูปทรงของมงกุฏพระนารายณ์ โดยมีสิ่งก่อสร้างที่โดดเด่นคือ บริเวณด้านหน้าอาคารมีหน้าบันสูงห้าชั้นและมีลักษณะคล้ายรังผึ้งสร้างจากหินทรายสีแดงสดฉลุหินให้เป็นช่องหน้าต่างลวดลายเล็กๆ ละเอียดยิบมีช่องหน้าต่างถึง 953 บางแต่ปิดไว้ด้วยหินทรายฉลุทำให้นางในฮาเร็มพระสนมที่อยู่ด้านในสามารถมองออกมาข้างนอกได้โดยที่คนภายนอกมองเข้าไปข้างในไม่เห็นและประโยชน์อีกอย่างคือเป็นช่องแสงและช่องลมจนเป็นที่มาของชื่อ “Palace Of Wind”   นำท่านเดินทางสู่ ป้อมอาเมร์  หรือ ป้อมแอมเบอร์ (Amber Fort) ตั้งอยู่ที่เมืองอาเมร์ ชานเมืองชัยปุระ ห่างจากเมืองชัยปุระ 11 กิโลเมตร ตั้งโดดเด่นอยู่บนผาหินเหนือทะเลสาบ สร้างโดยมหาราชา มาน สิงห์ที่ 1 ป้อมปราการแห่งนี้มีชื่อเสียงทางด้านสถาปัตยกรรมซึ่งผสมผสานกันระหว่างศิลปะฮินดูและศิลปะราชปุตอันเป็นเอกลักษณ์ สามารถมองเห็นได้จากระยะทางไกล เนื่องจากมีขนาดกำแพงปราการที่ใหญ่และแน่นหนา พร้อมประตูทางเข้าหลายแห่ง ถนนที่ปูด้วยหินหลายสาย ซึ่งเมื่ออยู่บนป้อมแล้วสามารถมองเห็นทะเลสาบเมาตาได้อย่างชัดเจน ความสวยงามของป้อมแอมเบอร์ ซ่อนอยู่ภายในกำแพงเมืองที่แบ่งเป็นทั้งหมด 4 ชั้น (แต่ละชั้นคั่นด้วยทางเดินกว้าง) โดยภายในเป็นหมู่พระที่นั่งซึ่งสร้างจากหินทรายสีแดงและหินอ่อน หมู่พระที่นั่งภายในป้อม ประกอบด้วย "ดิวัน-อิ-อัม" หรือท้องพระโรง, "ดิวัน-อิ-กัส" หรือท้องพระโรงส่วนพระองค์, "ชีชมาฮาล" (พระตำหนักซึ่งเป็นห้องทรงประดับกระจกสำหรับมหาราชา) และ "จัย มานดีร์" ซึ่งเป็นตำหนักอยู่บนชั้นสอง, "อารัม บักห์" ซึ่งเป็นสวนสวยจัดเป็นรูปดาวแฉกแบบโมกุลคั่นกลางระหว่างอาคาร และ "สุกห์นิวาส" ซึ่งเป็นพระตำหนักที่ใช้การปรับอากาศภายในพระตำหนักให้เย็นลงด้วยการทำให้ลมเป่าผ่านรางน้ำตกที่มีอยู่โดยรอบภายในพระตำหนัก ทำให้ภายในตำหนักนี้มีอากาศเย็นอยู่เสมอ ป้อมนี้เคยเป็นที่ประทับของราชปุต มหาราชา และพระราชวงศ์ของอาเมร์ในอดีต นอกจากนี้บริเวณประตูทางเข้าพระราชวังใกล้กับประตูกาเนช (Ganesh Gate "ประตูพระคเณศ") เป็นที่ตั้งของวัดชิลาเทวี (Sila Devi) ซึ่งภายในมีศาลบูชาพระแม่ทุรคา ซึ่งเป็นเทพเจ้าแห่งสงคราม ซึ่งมหาราชา มาน สิงห์ทรงเคารพบูชาอย่างสูง เนื่องจากพระองค์ได้ทรงพระสุบินถึงพระแม่ทุรคา ทูลให้ทราบว่าพระองค์จะชนะสงครามกับมหาราชาแห่งเบงกอลใน ปี ค.ศ. 1604  ให้ทุกท่านได้สัมผัสบรรยากาศแบบมหาราชในอดีตด้วยการเดินทางบนหลังช้างขึ้นไปตามทางเดินอันคดเคี้ยวเพื่อขึ้นสู่ป้อมแอมเบอร์   ( พิเศษ.. รวมค่าพาหนะขึ้นไปชมพระราชวัง โดยรถจี๊ป)
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน

บ่าย

จากนั้นนำท่านชม “ซิตี้ พาเลส” (CITY PALACE) ซึ่งเดิมเป็นพระราชวังของมหาราชใจสิงห์ (Jai Singh) พระราชวัง ถูกสร้างขยายออกในสมัยหลัง ปัจจุบัน ได้รวบเป็นพิพิธภัณฑ์ Sawai Man Singh Museum ประกอบด้วย 4 ส่วนที่น่าสนใจคือ ส่วนแรกคือส่วนของพระราชวังส่วนที่สองเป็นส่วนของพิพิธภัณฑ์ ที่จัดแสดงฉลองพระองค์ของกษัตริย์ และมเหสี ซึ่งมีการตัดเย็บอย่างวิจิตร ส่วนที่สามเป็นส่วนของอาวุธ และชุดศึกสงคราม ที่จัดแสดงไว้อย่างน่าทึ่งมากมายหลายหลาก บางชิ้น ก็เป็นอาวุธได้อย่างน่าพิศวง และส่วนที่สี่ คือส่วนของศิลปะภาพวาด รูปถ่าย และราชรถ พรมโบราณ ซึ่งได้รับการจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ ตรงกลางอาคารมีหม้อน้ำขนาดมหึมา 2 ใบ ทำจากโลหะเงิน สูง 1.50 เมตร มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก เชื่อกันว่าเป็นหม้อน้ำที่กษัตริย์ Madho Singh ได้รับมาจากงานราชาภิเษกของพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 7 ซึ่งบรรจุน้ำจากแม่น้ำคงคาอันศักดิ์สิทธิ์
  จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองอัครา เมืองที่เป็นสถานที่ตั้งอนุสรณ์สถานแห่งความรัก ทัชมาฮาล และเคยเป็นศูนย์กลางปกครองของอินเดียสมัยราชวงศ์โมกุล อัคระ อดีตเมืองหลวงของอินเดียในสมัยที่ยังเรียกว่า "ฮินดูสถาน"  เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำยมนา ทางตอนเหนือของประเทศอินเดีย ในรัฐอุตตรประเทศ ตั้งอยู่ห่างจากเมืองลัคเนาว์ เป็นเมืองหลวงของรัฐอุตตรประเทศ เมืองอัคระมีประชากรทั้งหมด 1,686,976 คน (ปีค.ศ. 2010) ถือเป็นหนึ่งในเมืองที่มีประชากรหนาแน่นที่สุดในรัฐอุตตรประเทศ และอันดับที่ 19 ในประเทศอินเดีย (ใช้เวลาเดินทางประมาณ 5 ชม.)
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ
ที่พัก Hotel Pushp Villa ระดับ 3 ดาว หรือ เทียบเท่า,เมืองชัยปูระ
วันที่ 3 : อักรา – ทัชมาฮาล – อัครา ฟอร์ด – บ่อน้ำจันเบารี - ชัยปุระ
06.30 น. เดินทางถึงเมืองอักรา
เช้า บริการอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
 

นำท่านเข้าชม ทัชมาฮาล แหล่งมรดกโลกเป็น 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ที่สำคัญของโลก ซึ่งอนุสรณ์สถานแห่งความรักอันยิ่งใหญ่และอมตะของพระเจ้าชาห์จาฮันที่มีต่อพระนางมุมตัซ โดยสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1631 ต่อมานำท่านเดินสู่ประตูสุสานที่สลักตัวหนังสือภาษาอาระบิคที่เป็นถ้อยคำอุทิศและอาลัยต่อบุคคลอันเป็นที่รักที่จากไป และนำท่านถ่ายรูปกับลานน้ำพุที่มีอาคารทัชมาฮาลอยู่เบื้องหลัง แล้วนำท่านเข้าสู่ตัวอาคารที่สร้างจากหินอ่อนสีขาวบริสุทธิ์จากเมืองมกรานะ ที่ประดับลวดลายด้วยเทคนิคฝังหินสีต่างๆ ลงไปในเนื้อหิน ที่เป็นสถาปัตยกรรมชิ้นเอกของโลกที่ออกแบบโดยช่างจากเปอร์เซีย โดยอาคารตรงกลางจะเป็นรูปโดมซึ่งมีหอคอยสี่เสาล้อมรอบ  ตรงกลางด้านในเป็นที่ฝังพระศพของพระนางมุมตัซ มาฮาล และ พระเจ้าชาห์จาฮัน ได้อยู่คู่เคียงกันตลอดชั่วนิรันดร์  ทัชมาฮาลแห่งนี้ใช้เวลาก่อสร้างทั้งหมด 12 ปี โดยสิ้นเงินไป 41 ล้านรูปี มีการใช้ทองคำประดับตกแต่งส่วนต่างๆ ของอาคาร หนัก 500 กิโลกรัม และใช้คนงานกว่า 20,000 คน ต่อมานำท่านเดินอ้อมไปด้านหลังที่ติดกับแม่น้ำยมุนาโดยฝั่งตรงกันข้ามจะมีพื้นที่ขนาดใหญ่ถูกปรับดินแล้ว โดยเล่ากันว่าพระเจ้าชาห์จาฮันเตรียมที่จะสร้างสุสานของตัวเองเป็นหินอ่อนสีดำโดยตัวรูปอาคารจะเป็นแบบเดียวกันกับทัชมาฮาล เพื่อที่จะอยู่เคียงข้างกัน แต่ถูกออรังเซบ ยึดอำนาจและนำตัวไปคุมขังไว้ในป้อมอักราเสียก่อน 

จากนั้นนำท่านเข้าชม อักราฟอร์ด แหล่งมรดกโลก ทิ่ติดริมแม่น้ำยมุนาสร้างโดยพระเจ้าอัคบาร์มหาราชแห่งราชวงศ์โมกุล  เมื่อปี ค.ศ. 1565 เป็นทั้งพระราชวังที่ประทับและเป็นป้อมปราการ ต่อมาพระโอรส คือ พระเจ้าชาฮันกีร์  และพระนัดดา (โอรสของพระเจ้าชาฮันกีร์) , พระเจ้าชาห์จาฮานได้สร้างขยายต่อเติมป้อมและพระราชวังแห่งนี้อย่างใหญ่โต และนำท่านเข้าชมป้อมผ่านประตู อำมรรสิงห์ เข้าสู่ส่วนที่เป็นพระราชวัง  ผ่านลานสวนประดับ อ่างหินทรายสีแดงขนาดยักษ์สำหรับสรงน้ำ ท่านจะได้เห็นสถาปัตยกรรมสามยุคสมัยตามรสนิยมที่แตกต่างกันของสามกษัตริย์ นำท่านเข้าชมด้านในพระตำหนักต่างๆที่สลักลวดลายศิลปะแบบโมกุลที่มีอิทธิพลจากศิลปะอินเดีย ผสมผสานกับศิลปะเปอร์เซีย แล้วนำขึ้นสู่ระเบียงชั้นที่สองที่มีเฉลียงมุข ซึ่งสามารถมองเห็นชมทิวทัศน์ลำน้ำยมุนาได้ ต่อมานำชมห้องที่ประทับของกษัตริย์ ,พระโอรส, พระธิดาและองค์ต่างๆ แล้วนำชมพระตำหนัก มาซัมมัน บูร์ช ที่มีเฉลียงมุขแปดเหลี่ยม มีหน้าต่างเปิดกว้าง ที่สามารถมองเห็นทัชมาฮาลได้ ในพระตำหนักนี้เองที่เล่ากันว่า ชาห์จาฮัน ถูกพระโอรส ออรังเซบ จองจำขังไว้ 7 ปี ในช่วงปลายรัชกาลจนสิ้นพระชนม์ แล้วก็นำชมลานสวนประดับ ดิวันอีอาอำ ที่ชั้นบนด้านหนึ่งเคยเป็นที่ประดิษฐานบัลลังก์นกยูงอันยิ่งใหญ่ (ปัจจุบันอยู่ในประเทศอิหร่าน) และที่ลานสวนประดับแห่งนี้เองที่พระเจ้าชาห์จาฮัน ได้พบรักครั้งแรกกับพระนางมุมตัซ  ที่ได้นำสินค้าเป็นสร้อยไข่มุกเข้ามาขายให้กับนางในฮาเร็ม
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน
บ่าย

นำท่านชม บ่อน้ำจันเบารี (Chand Baori) ซึ่งเชื่อกันว่าถูกสร้างขึ้นในช่วงศตวรรษที่ 10 หรือพันกว่าปีมาแล้ว ตอนนั้นแคว้นราชาสถานเป็นแคว้นที่ร่ำรวยมาก เนื่องจากเป็นเส้นทางสายสำคัญในการเดินทางไปยังตะวันออกกลาง ซึ่งพอเดินทางผ่านกันบ่อยๆ ก็ทำให้เกิดการค้าขายขึ้น พอรวยแล้วก็เริ่มมีการลงทุนในการสร้างปราสาทราชวังและป้อมปราการ แต่ด้วยความที่ภูมิประเทศของที่นี่เป็นทะเลทราย ที่มีความแห้งแล้งมาก น้ำฝนที่ตกเพียงปีละไม่กี่ครั้งก็จะซึมหายผ่านทรายไปอย่างรวดเร็วแบบที่คนไทยซึ่งเติบโตมากับสายน้ำอย่างเราๆ จินตนาการไม่ถูก มหาราชาของแคว้นราชาสถานเลยต้องพยายามหาวิธีสร้างบ่อน้ำเพื่อกักเก็บน้ำไว้ใช้ให้ได้นานที่สุด เพราะการเก็บน้ำไว้ใช้ก็ถือเป็นทั้งความมั่นคงของชาติ การผ่อนคลาย และสิ่งสำคัญสำหรับการประกอบพิธีทางศาสนาในหนึ่งเดียว ยิ่งไปกว่านั้น มหาราชายังต้องการให้คนลงไปตักน้ำจากบ่อมาใช้ได้อย่างสะดวกแม้ยามที่ระดับน้ำลดต่ำติดก้นบ่อด้วย บ่อน้ำแชนด์ เบารี ที่ถือกำเนิดขึ้นเลยมีดีไซน์สุดล้ำทุกส่วนทุกด้านของบ่อเป็นบันไดเชื่อมถึงกันทั้งหมด เพื่อให้คนเดินลงไปตักน้ำได้พร้อมกันหลายคน และตักได้จนถึงหยดสุดท้ายแม้ว่าบ่อจะลึกถึงประมาณตึก 10 ชั้น หรือ 33 เมตร ตัวบันไดที่สร้างขึ้นมานั้นแบ่งเป็น 13 ชั้น มีขั้นบันไดรวมแล้วกว่า 3,500 ขั้น นับเป็นบ่อน้ำที่ลึกและใหญ่ที่สุดในอินเดียที่มีความยิ่งใหญ่ทั้งขนาดและการออกแบบก่อสร้าง

หลังจากนั้นนำท่านเดินทางกลับไปยังเมืองชัยปูระ ระหว่างทางให้ท่านได้ชมธรรมชาติและพักผ่อนตามอัธยาศัย จนกว่าจะเดินทางถึงเมืองชัยปุระ
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ
21.00 น. ได้เวลาอันสมควรนำท่านเดินทางสู่สนามบินชัยปูระ
วันที่ 4 : ชัยปูระ - กรุงเทพฯ
00.50 น. นำท่านเดินทางกลับสู่สนามบินดอนเมือง กรุงเทพฯ โดยสายการบิน แอร์เอเชีย (Air Asia)  เที่ยวบินที่ FD131 (ใช้เวลาเดินทางโดยประมาณ 4.30 ชม.)
06.20 น. เดินทางถึงสนามบินดอนเมือง โดยสวัสดิภาพ
12,991 THB
จำนวน: