ทัวร์ยุโรป ฝรั่งเศส – อิตาลี (ริเวียร่า) 8 วัน 5 คืน โดยสายการบินเอมิเรตส์ (EK) GOT NCE-EK001
  • ประเทศทัวร์: ยุโรป
  • เที่ยวเมือง: ฝรั่งเศส-อิตาลี
  • สายการบิน: Emirates
  • ประเภททัวร์: ต่างประเทศ
  • ระยะเวลา: 8 วัน 5 คืน
ราคา (เริ่มต้น)  

49,900บาท

เปิดประสบการณ์การท่องเที่ยวแบบ Côte d\'Azur (โกต ดาซูร์) หรือรู้จักกันในนาม \"เฟรนซ์ ริเวียร่า\" (La Riviera Française) เลาะชายฝั่งทะเล ณ เมืองชื่อดัง เจนัว – มอนเตคาร์โล – นีซ – คานส์ ที่ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่ชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน (Mediterranean) ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของฝรั่งเศส ดินแดนที่มีความสวยงามดั่งสรวงสวรรค์ ที่ภูเขาเป็นมิตรกับท้องทะเล เยือนดินแดนสุดแสนโรแมนติกบนเกาะเวนิส (Venice) ชมความอลังการของมหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ (St.Peter’s Basilica) ที่นครวาติกัน ชม 2 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลก โคลอสเซี่ยมและหอเอนปิซ่า ***พิเศษ,, เข้าชมพิพิธภัณฑ์น้ำหอมชื่อดังของประเทศฝรั่งเศสจากแหล่งต้นกำเนิด***
สถานะ
รหัสทัวร์
ระยะเวลาเดินทาง
ราคาเริ่มต้น
รายละเอียดการจอง
ราคา (บาท/คน)
จำนวนการจอง
ราคารวม (บาท)
จำนวนห้อง
ผู้ใหญ่ 2 ท่านพัก 1 ห้อง
49,900
0.00
0
ผู้ใหญ่ 3 ท่านพัก 1 ห้อง
49,900
0.00
0
ผู้ใหญ่ 1 ท่าน พักเดี่ยว 1 ห้อง(Single room)
56,400
0.00
0
เด็ก(อายุไม่เกิน 12 ปี) 1 ท่าน พักกับผู้ใหญ่ 1 ท่าน
49,900
0.00
เด็ก(อายุไม่เกิน 12 ปี) 1 ท่าน พักกับผู้ใหญ่ 2 ท่าน(ไม่เสริมเตียง)
49,900
0.00

สรุปการจอง

0 คน

0 บาท

0 ห้อง

22.00 น.
คณะพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ ประตู 8 เคาน์เตอร์ T สายการบินเอมิเรตส์ โดยมีเจ้าหน้าที่คอยต้อนรับและอำนวยความสะดวก
01.15 น.
ออกเดินทางสู่ ดูไบ โดยสายการบินเอมิเรตส์ เที่ยวบินที่ EK 385 ***คณะเดินทางตั้งแต่วันที่ 10 ก.ค. 61 เป็นต้นไป ออกเดินทาง เวลา 01.35น. และถึงดูไบ เวลา 04.45น.***
04.45 น.
ถึงสนามบินดูไบ นำท่านเปลี่ยนเครื่องเพื่อเดินทางต่อ
08.45 น.
ออกเดินทางต่อสู่เมืองนีซ โดยสายการบินอิมิเรท เที่ยวบินที่ EK 77
13.40 น.
ถึงสนามบินโกตดาซูร์ เมืองนีซ ประเทศฝรั่งเศส(เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 5 ชั่วโมง และจะเปลี่ยนเป็น 6 ชั่วโมงในวันที่ 28 ตุลาคม 2561) หลังจากผ่านการตรวจคนเข้าเมือง นำท่านเดินทางชมเมืองนีซ (Nice) เป็นเมืองใหญ่ทางตอนใต้ของฝรั่งเศส ริมชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ซึ่งถือเป็นเมืองเก่าแก่ และมีสถาปัตยธรรมแบบเจนัวส์ที่สวยงาม นำท่านเที่ยวชม ย่านเมืองเก่านีซ ชมทัศนียภาพของอาคารสไตล์อิตาลี สัมผัสถนนสายเล็กๆ และบรรยากาศโดยรอบที่รายล้อมไปด้วยร้านค้า ร้านกาแฟ และร้านบูทีค อีกทั้งสวนนั่งเล่นที่เผยให้เห็นมุมของเมืองที่สวยงามมากขึ้น นำท่านถ่ายรูปกับจัตุรัสเมสซิน่า (Place Massena) จัตุรัสที่ตั้งอยู่ใจกลางพื้นที่ขนาดใหญ่ ประกอบด้วย น้ำพุที่สวยงามและอาคารสถาปัตยกรรมทรงคลาสสิกที่ตั้งโดยรอบ ซึ่งนิยมทาสีสันตามแบบอาคารสถาปัตยกรรมของฝรั่งเศสทางตอนใต้ อีกทั้งประดับด้วยดอกไม้นานาพันธุ์ที่ถูกผลัดเปลี่ยนตามฤดูกาล จากนั้นนำชมโบสถ์รัสเซีย (The St Nicholas Orthodox Cathedral) เป็นโบสถ์ขนาดใหญ่และเก่าแก่ ภายในตกแต่งอย่างประณีต และมี เอกลักษณ์เฉพาะ ซึ่งถือเป็นศิลปะรัสเซียที่ถูกสร้างในยุโรป
ค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง
 
นำคณะเข้าสู่ที่พัก PARK INN NICE BY RADISSON HOTEL หรือเทียบเท่า
เช้า
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
 
นำเดินทางสู่เมืองคานส์ (Cannes) เมืองที่มีชื่อเสียงในด้านภาพยนตร์ และเป็นเมืองที่จัดงานที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลกที่เป็นที่รู้จักกันดี คือ เทศกาลหนังเมืองคานส์ (Cannes film festival) เป็นเทศกาลที่มีมาตั้งแต่ ปี ค.ศ.1946 ถือเป็นเทศกาลภาพยนตร์ที่เก่าแก่ที่สุดในโลกเทศกาลหนึ่ง และมีอิทธิพลมากที่สุด รวมถึงชื่อเสียงเทียบเคียงได้กับเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติที่เวนิสและเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติเบอร์ลิน งานจะจัดขึ้นราวเดือนพฤษภาคมของทุกปี โดยอาคารที่ใช้ในการจัดงานเป็นอาคารขนาดเล็กสูง 2-3 ชั้น ในช่วงเทศกาลจะได้รับการตกแต่งให้ดูเลิศหรูอลังการ พลาดไม่ได้กับการวัดรอยมือของดาราฮอลิวู๊ดคนโปรดที่ด้านหน้า ปาเล่ เด เฟสติวาล (Palais des festivals) ที่เหล่าดาราชื่อดังได้ประทับรอยมือไว้เป็นที่ระลึก อีกทั้งเมืองคานส์เต็มไปด้วยโรงแรมหรูริมชายหาดริเวียร่า และถนนที่ทอดยาวริมชายหาดที่เรียกว่า ลาโพรมานาด เดอ ลา ครัวเซท (La Promanade Promanade de la croisette) เป็นถนนสายสำคัญของเมืองคานส์ ใช้จัดแสดงนิทรรศการงานเทศกาลภาพยนตร์ สาย ถนนนี้ทอดตัวยาวไปตามแนวชายฝั่งของเมืองคานส์ ถือเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของประเทศฝรั่งเศส อีกทั้งยังมีท่าจอดเรือยอร์ช ลำงามๆของบรรดามหาเศรษฐีทั้งหลายด้วย นำท่านเดินทางต่อสู่เมืองกราสส์ (Grasse) เมืองที่ได้ชื่อว่าเป็นเมืองแห่งน้ำหอมโลก ที่มีการผลิตน้ำหอมกันมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 17 โดยพระนางแคทเธอรีน เดอ เมดีชี (Catherine de Medicis) มเหสีในพระเจ้าเฮนรีที่ 2 แห่งฝรั่งเศส เป็นผู้ริเริ่มการทำน้ำหอมในเมืองนี้ ปัจจุบันแบรนด์ดังที่ต้องอาศัยวัตถุดิบชั้นเลิศจากที่นี่มีทั้งชาแนล ดิออร์ และฟราโกนาร์ จากนั้นนำท่านเข้าชม พิพิธภัณฑ์น้ำหอม Fragonard พิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงประวัติความเป็นมาและจัดแสดงวิธีการผลิตน้ำหอมในปัจจุบัน ของโรงงานผลิตน้ำหอมยี่ห้อ Fragonard ยี่ห้อน้ำหอมอันโด่งดัง ที่มีแหล่งผลิตต้นกำเนิดมาจากเมือง Grasse เมืองที่ได้ชื่อว่าเป็นเมืองหลวงของโลกน้ำหอม ซึ่งแต่ละห้องจัดแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับบรรจุภัณฑ์บรรจุน้ำหอมตั้งแต่สมัยอดีตจนถึงปัจจุบัน และบอกเล่าเรื่องราวการผสมผสานกลิ่นน้ำหอมให้มีเอกลักษณ์อันรัญจวนใจ และหากท่านมองหาของฝากจากปารีสที่ไม่เหมือนใคร ท่านสามารถเลือกซื้อน้ำหอมจากโรงงานของ Fragonard ได้โดยตรงตามอัธยาศัย หลังจากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองเอซ (Eze) เมืองแสนสงบริมชายฝั่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียน ดินแดนแห่งทุ่งลาเวนเดอร์ และมีชื่อเสียงในการผลิตเครื่องหอม ให้ท่านได้เดินชมเมืองเก่าเอส ชมบ้านเรือนอันสวยงามอันเป็นเอกลักษณ์ของบ้านในสไตร์ โปรวองซ์-แอลป์เมอริทามส์ ได้เวลาอันสมควรนำท่านเดินทางต่อสู่ มลรัฐโมนาโค (Monaco) รัฐอิสระที่ตั้งอยู่ทางตอนใต้ของประเทศฝรั่งเศส
เที่ยง
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารพื้นเมือง
บ่าย
ชม โมนาโค เป็นมลรัฐเล็กๆที่มีธรรมชาติรายล้อม แต่ก็เต็มไปด้วยวัฒนธรรม ชมความงามของสถานที่อันยิ่งใหญ่มากมายกลมกลืนไปกับธรรมชาติได้อย่างลงตัว เมืองมอนติคาร์โล (Monte Carlo) เมืองหลวงของโมนาโค ที่มีชื่อเสียงในเรื่องความหรูหราของคาสิโน โรงแรมเดอะปารีส์ โรงแรมสุดหรูของมอนติคาร์โล และอาหารชั้นเลิศ ชมพระราชวังแห่งโมนาโค (Prince’s Palace of Monaco) ซึ่งเป็นที่ประทับของประมุขแห่งรัฐโมนาโค ในปัจจุบันชมวิวทิวทัศน์โดยรอบของโมนาโค ซึ่งสามารถมองเห็นท่าเรือซึ่งมีเรือยอร์ชจอดอยู่เรียงรายวิหารโมนาโค ที่สร้างในรูปแบบนี้โอโรมานซ์ เป็นที่ฝังพระศพของเจ้าหญิงเกรซแห่งโมนาโกและเจ้าชายเรนิเยร์ พระสวามี อีกทั้งตามสองข้างในเมือง เต็มไปด้วยอาคารบ้านเรือนร้านค้า ที่มีรูปแบบสถาปัตยกรรมอันงดงามตื่นตาตื่นใจ นำท่านสู่เมืองเจนัว (Genoa)เมืองที่ใหญ่ที่สุดของอิตาลีทางภาคตะวันตกเฉียงเหนือชมเขตเมืองเก่าศูนย์กลางทางประวัติศาสตร์ที่ใหญ่ที่สุดของยุโรปเป็นเมืองที่มีความรุ่งเรืองมาตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 11 มาจนถึง ค.ศ. 1797 ปัจจุบันเป็นเมืองศูนย์กลางเทคโนโลยีและอุตสาหกรรมผลิตรถยนต์ของอิตาลี่ได้แก่ เฟียต, อัลฟ่าโรมีโอ, แลนเซีย นำท่านชมมหาวิหารประจำเมืองสถานที่ประกอบศาสนพิธีอันงดงามและศักดิ์สิทธิ์ เป็นที่เคารพของทั้งคนในท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวทั่วไปที่มาเยือน
ค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารจีน
 
เข้าสู่ที่พัก โรงแรม MERCURE GENOVA SAN BIAGIO หรือเทียบเท่า
เช้า
รับประทานอาหารเช้า แบบกล่อง
 
นำท่านเดินทางสู่ตัวเมืองมิลาน (Milan) เมืองที่เรียกได้ว่า เป็นเมืองหลวงแห่งแฟชั่นของโลก จากนั้นนำท่านชมมหาวิหารแห่งเมืองมิลาน (Duomo di Milano) ที่สร้างด้วยศิลปะแบบนีโอโกธิค ที่ผสมผสานกัน เป็น สถาปัตยกรรมแบบตะวันตกสมัยฟื้นฟูศิลปวิทยาการ ชมความงดงามอันน่าอัศจรรย์ นำท่านชม แกลเลอรี วิคเตอร์เอ็มมานูเอล (Galleria Vittorio Emanuele II) ที่นับว่าเป็นช้อปปิ้งมอลล์ที่สวยงาม หรูหราและเก่าแก่ที่สุดในเมืองมิลาน อนุสาวรีย์ ของกษัตริย์วิคเตอร์ เอ็มมานูเอล ที่ 2 ผู้ริเริ่มการรวมชาติหัวเมืองต่างๆในอิตาลี และอนุสาวรีย์ของศิลปินชื่อดังในยุคเรเนซองส์อีก 1 ท่าน คือลิโอนาร์โด ดาร์วินซี่ ที่อยู่ในบริเวณ ด้านหน้าของโรงละครสกาล่า
เที่ยง
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารจีน
บ่าย
นำท่านเดินทางสู่เมืองเวนิส (Venice Mestre)ฝั่งแผ่นดินใหญ่ เมืองหลวงของแคว้นเวเนโต เวนิสถูกสร้างขึ้นจากการเชื่อมเกาะเล็ก ๆ จำนวนมากเข้าด้วยกันในบริเวณทะเลสาบเวนิเทีย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของทะเลอาเดรียตริก เป็นเมืองท่าโบราณ และเป็นเมืองที่ใช้คลองในการคมนาคม มากที่สุด
ค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารจีน
 
เข้าสู่ที่พัก โรงแรม TIRVAS HOTEL หรือเทียบเท่า
เช้า
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
 
นำท่านเดินทาง สู่ท่าเรือตรอนเคตโต้ (Tronchetto) นำท่านล่องเรือผ่านชมบ้านเรือนของชาวเวนิส สู่เกาะเวนิส หรือ เวเนเซีย (Venezia) ดินแดนแสนโรแมนติก เป็นเมืองที่ไม่เหมือนใคร โดยใช้เรือแทนรถ ใช้คลองแทนถนนมีสมญานามว่าเป็น "ราชินีแห่งทะเลเอเดรียติก" มีเกาะน้อยใหญ่กว่า 118 เกาะ และมีสะพานเชื่อมถึงกันกว่า 400 แห่ง ขึ้นฝั่งที่บริเวณซานมาร์โค ศูนย์กลางของเกาะเวนิส จากนั้นนำท่านเดินชมความงามของเกาะเวนิส ชมสะพานถอนหายใจ (Bridge of Sighs) ที่มีเรื่องราวน่าสนใจในอดีต เมื่อนักโทษที่เดินออกจากห้องพิพากษาไปสู่คุกจะได้มีโอกาสเห็นแสงสว่างและโลกภายนอกเป็นครั้งสุดท้ายระหว่างเดินผ่านช่องหน้าต่างที่สะพานนี้ซึ่งเชื่อมต่อกับวังดอดจ์ (Doge’s Palace) อันเป็นสถานที่พำนักของเจ้าผู้ครองนครเวนิสในอดีต ซึ่งนักโทษชื่อดังที่เคยเดินผ่านสะพานนี้มาเเล้วคือ คาสโนว่านั่นเอง นำท่านถ่ายรูปบริเวณจัตุรัสซานมาร์โค (St.Mark’s Square) ที่นโปเลียนเคยกล่าวไว้ว่า เป็นห้องนั่งเล่นที่สวยที่สุดในยุโรป จัตุรัสถูกล้อมรอบด้วยอาเขตอันงดงาม รวมทั้งโบสถ์ซานมาร์โค (St.Mark’s Bacilica) ที่มีโดมใหญ่ 5 โดม ตามแบบศิลปะไบแซนไทน์ จากนั้นอิสระให้ท่านได้มีเวลาเดินเที่ยวชมเกาะอันสุดแสนโรแมนติกตามอัธยาศัย เช่น เดินเล่นชมมนต์เสน่ห์แห่งนครเวนิส, เข้าชมโบสถ์ซานมาร์โคที่สวยงาม, ช๊อปปิ้งสินค้าของที่ระลึก อาทิเช่น เครื่องแก้วมูราโน่,หน้ากากเวนิส เลือกซื้อสินค้าแฟชั่นชั้นนำ หรือนั่งจิบกาแฟในร้าน Café Florian ที่เปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี ค.ศ.1720 หรือ นั่งเรือกอนโดล่า ชมคลองเวนิส
เที่ยง
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร อาหารพื้นเมือง (สปาเก๊ตตี้หมึกดำ)
บ่าย
นำท่านเดินทางสู่เมืองปิซ่า (Pisa) เมืองแห่งศิลปะที่สำคัญของอิตาลี เป็นเมืองเล็กๆอยู่ทางตะวันตกของ Florence ด้านตะวันตกของเมืองติดกับทะเลเมดิเตอร์เรเนียน แม้ว่าจะเป็นเมืองเล็กๆ แต่ Pisa ก็เป็นเมืองที่มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวทั่วโลก
ค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารจีน
 
เข้าสู่ที่พัก โรงแรม HOTEL GALILEI หรือเทียบเท่า
เช้า
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
 
นำท่านเข้าสู่บริเวณจัตุรัสกัมโป เดย์ มีราโกลี (Compo Dei Miracoli) ที่ประกอบด้วยกลุ่มอาคารสถาปัตยกรรมแบบโรมาเนสก์ โดยเริ่มจากหอพิธีเจิมน้ำมนต์ (Baptistry of St. John) ที่ใหญ่ที่สุดในอิตาลี, มหาวิหารดูโอโม (Duomo) ที่งดงามและหอเอนแห่งเมืองปิซ่าอันเลื่อง ชมหอเอนปิซ่า (Leaning Tower of Pisa) สัญลักษณ์แห่งเมืองปิซ่า 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคกลาง เริ่มสร้างเมื่อปี ค.ศ.1173 ใช้เวลาสร้างประมาณ 175 ปี แต่ระหว่างการก่อสร้างต้องหยุดชะงักลงไปเมื่อสร้างไปได้ถึงชั้น 3 ก็เกิดการยุบตัวของฐานขึ้นมา และต่อมาก็มีการสร้างหอต่อเติมขึ้นอีกจนแล้วเสร็จ โดยใช้เวลาสร้างทั้งหมดถึง 177 ปี โดยที่หอเอนปิซ่านี้ กาลิเลโอ  บิดาแห่งวิทยาศาสตร์ ซึ่งเป็นชาวอิตาเลี่ยนได้ใช้เป็นสถานที่ทดลองทฤษฎีแรงโน้มถ่วงของโลกที่ว่า สิ่งของสองชิ้น น้ำหนักไม่เท่ากัน ถ้าปล่อยสิ่งของทั้งสองชิ้นจากที่สูงพร้อมกัน ก็จะตกถึงพื้นพร้อมกัน จากนั้นให้ท่านอิสระให้ท่านได้เลือกซื้อสินค้าที่ระลึกราคาถูก ที่มีร้านค้าเรียงรายอยู่มากมาย ได้เวลาอันสมควรนำท่านเดินทางต่อสู่เมืองเซียน่า (SIENA)
เที่ยง
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารท้องถิ่น
บ่าย
ชมเมืองเซียน่า (Siena) อีกหนึ่งเมืองท่องเที่ยวที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การยูเนสโก ในปี ค.ศ.1995นำท่านเดินเข้าสู่ตัวเมืองเก่า เพื่อชมจัตุรัสเดล คัมโป (Piazza del Campo)ที่เป็นรูปทรงคล้ายเกือกม้านับว่าเป็นจตุรัสที่มีความสวยงามมากอีกแห่งหนึ่งในอิตาลี ให้เวลาท่านชมและเดินเล่นถ่ายรูปบริเวณรอบนอกของปาลาซโซ พับบลิโค (Palazzo Pubblico) เป็นพระราชวังเก่าที่สร้างขึ้นด้วยศิลปะแบบโรมาเนสก์ ตั้งแต่ปีค.ศ.1297 และ หอระฆังมานเจีย (Torre del Mangia)ที่เป็นอีกหนึ๋งสัญลักษณ์ของเซียนา จากนั้นนำท่านชมความงดงามบริเวณภายนอกของ มหาวิหารเซียนา (Siena Cathedral) หรือ ดูโอโมดิเซียนา (Duomo di Siena ที่ถูกสร้างขึ้นในช่วงระหว่างปี 1215 -1263 ในรูปแบบสถาปัตยกรรมกอธิค และต่อเติมด้วยศิลปะแบบเรอเนซองส์ในยุคต่อมา นำท่านเดินทางต่อสู่กรุงโรม (ROME) เมืองหลวงและเมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของประเทศอิตาลี
ค่ำ
รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคารอาหารจีน
 
เข้าสู่ที่พัก โรงแรม HOTEL MIDAS หรือเทียบเท่า
เช้า
รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
 
นำท่านผ่านชมกลุ่มโรมันฟอรัม (Roman Forum) อดีตศูนย์กลางทางด้านการเมือง ศาสนา และเศรษฐกิจของอาณาจักรโรมัน ที่สะท้อนให้เห็นความเจริญรุ่งเรืองของอารยะธรรมโรมันในช่วง 2,000 ปีที่ผ่านมา นำชมความยิ่งใหญ่ในอดีตและเก็บภาพสวยบริเวณรอบนอกของสถานสร้างความบันเทิงของชาวโรมันมาแต่สมัยโบราณโคลอสเซี่ยม (Colosseum) 1 ใน 7 สิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคโบราณ อดีตสนามประลองการต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่ของชาวโรมันที่สามารถจุผู้ชมได้ถึง 50,000 คน
เที่ยง
รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคารอาหารท้องถิ่น
บ่าย
นำท่านเดินทางสู่นครรัฐวาติกัน (Vatican) ประเทศที่เล็กที่สุดในโลกตั้งอยู่ใจกลางกรุงโรม เป็นประเทศเดียวในโลกที่มีกำแพงล้อมรอบเมืองเอาไว้ได้ทั้งหมด ยกเว้นด้านหน้าทางเข้าและเป็นศูนย์กลางของศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิกโดยมีพระสันตะปาปา มีอำนาจปกครองสูงสุด นำท่านเข้าชมมหาวิหารที่ใหญ่ที่สุดในโลก มหาวิหารเซนต์ปีเตอร์ (St.Peter’s Basilica) ชมประติมากรรมอันลือชื่อปิเอต้า (Pieta) ของมิเคลันเจโลและชมแท่นบูชาบัลแดคคิโน (St. Peter\'s Baldachin) เป็นซุ้มสำริดที่สร้างโดยจานโลเรนโซ แบร์นินี ซึ่งสร้างตรงบริเวณที่เชื่อกันว่าเป็นที่ฝังพระศพของนักบุญปีเตอร์ จากนั้นนำท่านเดินชมงานประติมากรรมของเทพนิยายกรีกและโยนเหรียญอธิษฐานบริเวณน้ำพุเทรวี่ (Trevi Fountain) สัญลักษณ์ของกรุงโรมที่โด่งดังจากภาพยนตร์เรื่อง สามรักในกรุงโรมแล้วเชิญอิสระตามอัธยาศัยกับการเลือกซื้อสินค้าแฟชั่นและของที่ระลึกในบริเวณย่านบันไดสเปน (The Spanish Step) ซึ่งเป็นแหล่งแฟชั่นชั้นนำสุดหรูและยังเป็นแหล่งนัดพบ ได้เวลาอันสมควรนำท่านเดินทางสู่สนามบิน เพื่อทำคืนภาษี (Tax Refund) และมีเวลาช๊อปปิ้งสินค้าปลอดภาษี (Duty Free) ภายในสนามบิน
19.00 น.
สมควรแก่เวลานำท่านเดินทางสู่สนามบิน
22.05 น.
ออกเดินทางกลับสู่ดูไบ โดยสายการบินเอมิเรสต์ เที่ยวบินที่  EK 96   
05.55 น.
ถึงสนามบินดูไบ นำท่านเปลี่ยนเครื่องเพื่อเดินทางต่อ
09.40 น.
ออกเดินทางต่อสู่กรุงเทพฯ โดยสายการบินเอมิเรตส์ เที่ยวบินที่ EK 372
18.55 น.
คณะเดินทางกลับถึง สนามบินสุวรรณภูมิ โดยสวัสดิภาพ ***คณะเดินทางตั้งแต่วันที่ 10 ก.ค. 61 เป็นต้นไป ถึงกรุงเทพฯ เวลา 19.15น.***