The Million Dollar View of Caucasus Mountains อาเซอร์ไบจาน จอร์เจีย อาร์เมเนีย 10 DAYS 7 NIGHTS โดยสายการบินเอมิเรสต์ (EK)

โปรโมชั่นพิเศษวันที่ 11-12 พ.ย. เท่านั้น !
  • ทัวร์ : Armenia [ ประเทศอาร์เมเนีย ]
  • เที่ยวเมือง : Baku (บากู) Georgia-Armenia (จอร์เจีย อาร์เมเนีย) Georgia-Armenia (จอร์เจีย-อาร์เมเนีย)
  • สายการบิน : Emirates
  • Code : GQ3GYD-EK001
  • ประเภททัวร์ : ต่างประเทศ
  • ระยะเวลา : 10 วัน 7 คืน
ราคาเริ่มต้นที่
ไฮไลท์ทัวร์ Highlight
บากู | ภูเขาโคลน | ทบิลิซี | อัพลิสต์ชิเคห์ | เซวาน | วิหารเกกฮาร์ด | วิหารคอร์วิราพ | เยเรวาน
ระยะเวลาเดินทาง
ราคาเริ่มต้น
สถานะ
13 ก.พ. 2563 - 22 ก.พ. 2563
57,900
จอง
รายละเอียดการจอง
จำนวนการจอง
ราคารวม (บาท)
จำนวนห้อง
ผู้ใหญ่ 1 ท่าน พักเดี่ยว 1 ห้อง(Single room) ราคาท่านละ
0
0
ผู้ใหญ่ 2 ท่านพัก 1 ห้อง ราคาท่านละ
0
0
ผู้ใหญ่ 3 ท่านพัก 1 ห้อง ราคาท่านละ
0
0
เด็ก (อายุไม่เกิน 12 ปี) 1 ท่าน พักกับผู้ใหญ่ 1 ท่าน ราคาท่านละ
0
เด็ก(อายุไม่เกิน 12 ปี) 1 ท่าน พักกับผู้ใหญ่ 2 ท่าน (เสริมเตียง) ราคาท่านละ
0
เด็กไม่มีเตียง (อายุไม่เกิน 12 ปี) พักกับผู้ใหญ่ 2 ท่าน ราคาท่านละ
0

สรุปการจอง

0 คน

0 บาท

0 ห้อง

09 มี.ค. 2563 - 18 มี.ค. 2563
57,900
จอง
รายละเอียดการจอง
จำนวนการจอง
ราคารวม (บาท)
จำนวนห้อง
ผู้ใหญ่ 1 ท่าน พักเดี่ยว 1 ห้อง(Single room) ราคาท่านละ
0
0
ผู้ใหญ่ 2 ท่านพัก 1 ห้อง ราคาท่านละ
0
0
ผู้ใหญ่ 3 ท่านพัก 1 ห้อง ราคาท่านละ
0
0
เด็ก (อายุไม่เกิน 12 ปี) 1 ท่าน พักกับผู้ใหญ่ 1 ท่าน ราคาท่านละ
0
เด็ก(อายุไม่เกิน 12 ปี) 1 ท่าน พักกับผู้ใหญ่ 2 ท่าน (เสริมเตียง) ราคาท่านละ
0
เด็กไม่มีเตียง (อายุไม่เกิน 12 ปี) พักกับผู้ใหญ่ 2 ท่าน ราคาท่านละ
0

สรุปการจอง

0 คน

0 บาท

0 ห้อง

รายละเอียดโปรแกรม
วันที่ 1

กรุงเทพฯ

23.50 น. คณะพร้อมกัน ณ สนามบินสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ ประตู 9 เคาน์เตอร์ T สายการบินเอมิเรสต์ โดยมีเจ้าหน้าที่ คอยต้อนรับและอำนวยความสะดวก
วันที่ 2

ดูไบ – บากู – เมืองเก่า

03.30 น. ออกเดินทางสู่ กรุงดูไบ โดยสายการบินเอมิเรสต์ เที่ยวบินที่ EK 377
07.15 น. เดินทางถึงสนามบินดูไบ แวะรอเปลี่ยนเครื่อง
11.55 น. นำท่านเดินทางต่อไปยังเมืองบากู โดยเที่ยวบินที่ FZ 0707
14.55 น. ถึงสนามบินนานาชาติเมืองบากู (Baku) ประเทศอาเซอร์ไบจาน (Azerbaijan) (เวลาท้องถิ่นช้ากว่าประเทศไทย 3 ชั่วโมง) นำท่านผ่านขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร เมืองบากูเป็นเมืองหลวงของประเทศอาเซอร์ไบจาน ตั้งอยู่บริเวณริมทะเลสาบแคสเปียนบนคาบสมุทรเล็กๆ ที่มีชื่อว่า อับเซรอน ที่ยื่นออกไปในทะเล ประกอบด้วยพื้นที่ 3 ส่วน คือ ย่านเมืองเก่าภายในป้อมกำแพง ตัวเมืองที่สร้างขึ้นในสมัยโซเวียต และตัวเมืองปัจจุบัน จากนั้นนำท่านเที่ยวชมเมืองเก่าบากู (Baku Old City) ซึ่งเป็นเขตเก่าแก่ที่สำคัญสร้างขึ้นตั้งแต่ศตวรรษที่ 12 เมืองนี้ตั้งอยู่ใจกลางกรุง เป็นย่านที่เก่าแก่ที่สุดในเมือง ล้อมรอบไปด้วยกำแพงที่ในอดีตที่มีไว้ป้องกันตัวเมือง และรอบกำแพงจะมีการสร้างเป็นป้อมหอคอยซึ่งมีทั้งหมด 25 แห่งและมีประตูทางเข้าออกถึง 5 แห่ง และภายในมีสถานที่สำคัญหลายแห่ง เช่น ปราสาทและสุสานของราชวงศ์ชีวาน (ShivanDynasty Palace and Tomb) สุเหร่าดีวานข่าน(Divankhane Mosque) สุเหร่าและเสาหอคอยมินาเรต์ (Mosque and Minarets) และที่สำคัญคือหอคอยไมเด็น (Maiden Tower) ที่สวยงาม เป็นหอคอยในยุคสมัยศตวรรษที่ 12 สองสถาปัตยกรรมสำคัญนี้เป็นสองสถานที่แรกในอาเซอร์ไบจานที่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก นำท่านไปเที่ยวชมหอคอยไมเด็น ซึ่งถือว่าเป็นส่วนที่เก่าแก่ของเมือง และหลากหลายด้วยโบราณสถานของสิ่งก่อสร้างและต่อไปด้วยตลาดกลางแจ้งที่เต็มไปด้วยสินค้าต่างๆหลายอย่าง ที่แสดงให้เห็นว่าทำมาจากยุคหิน และยังมีพรมที่ทำด้วยมืออันสวยงาม นอกจากนั้นยังมีศิลปะอันเก่าแก่และร้านอาหารที่เลิศรสที่ถูกสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 14
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
ที่พัก เดินทางเข้าสู่ที่พัก PARK INN BY RADISSON หรือเทียบเท่า
วันที่ 3

โกบัสตาน – ภูเขาโคลน - ภาพแกะสลักบนภูเขาหิน ณ พิพิธภัณฑ์เปิด – ภูเขาแห่งไฟ – วิหารแห่งไฟ - เมืองเชคี

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

นำท่านเดินทางสู่ เมืองโกบัสตาน (Gobustan) ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของเมืองบากู นำท่านชมภูเขาโคลน (Mud Volcano) เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงของประเทศอาร์เซอร์ไบจาน และถูกบันทึกลงในกินเนส เวิลด์ (Guinness World Record) เมื่อ 5 ก.ย. 2004 ชมความแปลกประหลาดและสวยงามของภูเขาโคลนที่มีชื่อเสียง (Mud Domes) ซึ่งเกิดขึ้นที่บริเวณนี้มีอยู่ประมาณ 700 แห่ง ภูเขาดินโคลนนี้เกิดจากดินเหลวที่อยู่ใต้ดิน ก๊าซและน้ำที่ร้อนเมื่อถูกผสมรวมกัน ก็จะมีการพลุ่งขึ้นมาบนพื้นดินเป็นรูปกรวยหรือโดมที่สวยงาม จากนั้นนำท่านชมภาพแกะสลักบนภูเขาหิน ณ พิพิธภัณฑ์เปิด (Rock Painting Open-air Museum) ให้ท่านได้ชมความสวยงามของหินภูเขาที่มีการแกะสลักภาพที่เป็นรูปต่างๆ ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปีค.ศ.2007 เช่น ภาพการล่าสัตว์ รูปคนเต้นรำ ช้าง เรือ หมู่ดาวและสัตว์ต่างๆ จากนั้นนำท่านเดินทางต่อไปยังบริเวณแหลมอับเชรอน ซึ่งเป็นที่มีไฟติดอยู่ตลอดมายูนาร์แด๊ก (Yunar Dag) หรือได้ชื่อว่าภูเขาแห่งไฟ (Fire Mountain) สถานที่แห่งนี้เกิดขึ้นมาแต่โบราณกาล ที่มีเปลวไฟเกิดจากก๊าซที่ลุกไหม้ต่อเนื่องกันนาน จนเป็นที่รู้จักกันดี และได้ชื่อว่าเป็น ดินแดนแห่งไฟ (Land of Fire) นักธรณีวิทยาได้เรียกสิ่งที่เกิดขึ้นว่า การพุ่งของก๊าซ (Gas-Oil Volcanoes) ให้ท่านได้ชมความแปลกประหลาดกับเปลวไฟที่ติดอยู่และเกิดขึ้นต่อเนื่องกัน ตลอดเวลา ซึ่งบางแห่งจะพวยพลุ่งออกมาประมาณ 10 ฟุต ไฟซึ่งเกิดจากก๊าซใต้ดินซึมผ่านชั้นของหินทรายที่เป็นรูพลุ่งขึ้นมาเหนือพื้นดินและติดไฟได้ และที่สำคัญที่สุดได้แสดงให้เห็นแล้วว่า อาเซอร์ไบจานเป็นประเทศที่เต็มไปด้วยก๊าซธรรมชาติอย่างมากมาย จากนั้นนำท่านไปชมวิหารแห่งไฟ (Fire Temple) หรือเรียกว่า อะเทสห์กาห์ของบากู (Ateshgah of Baku) เป็นวิหารที่ถูกสร้างขึ้นใช้สำหรับพิธีการทางศาสนา ที่มีรูปทรงสี่เหลี่ยมและมีกระถางไฟอยู่ตรงกลาง และบริเวณรอบๆ ด้านนอกมี่ห้อง 26 ห้องถูกสร้างเป็นที่พักอาศัยของพวกพระ ถูกสร้างขึ้นในขณะที่ศาสนาโซโรแอสเตอร์กำลังเริ่มต้นและมีความรุ่งเรืองในเวลาต่อมา และพวกอินเดียได้เข้ามาระหว่างศตวรรษที่17-18 และต่อมาถูกทิ้งให้ร้างจนกระทั่งปี ค.ศ.1883 เมื่อบริเวณเมืองนี้ได้ขุดพบน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ และต่อมาก็ได้ถูกทำให้เป็นพิพิธภัณฑ์ในปี ค.ศ.1975
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย นำท่านเดินทางสู่ เมืองเชคี (Sheki) ซึ่งตั้งอยู่ทางด้านตะวันตกเฉียงเหนือของอาเซอร์ไบจาน และเป็นเมืองศูนย์กลางการปกครองของจังหวัดเชคี ตั้งอยู่ในบริเวณเทือกเขาคอเคซัสใหญ่และอยู่ติดกับจอร์เจีย เมืองแห่งนี้เป็นพื้นที่ที่เต็มไปด้วยภูเขา ช่องเขาที่แคบพร้อมทั้งมีลำธารน้ำไหลและป่าเขาที่เขียวชอุ่มที่ชุ่มชื้นไปด้วยน้ำ มีน้ำที่ผุดขึ้นมาจากพื้นดินมากมายจึงทำให้เกิดบรรยากาศและน้ำตกที่สวยงาม และนอกจากนั้นยังมีบ่อน้ำแร่ที่ใสสะอาด นำท่านชมความสวยงามของเมืองเชคี เมืองที่มีธรรมชาติที่สวยงาม ในอดีตเมืองนี้เคยเป็นเมืองใหญ่เมืองหนึ่งในยุคของรัฐอัลบาเนียนในราวศตวรรษที่ 1 ทำให้มีโบราณสถานหลงเหลือให้เห็นอยู่เป็นจำนวนมาก นอกจากนั้นเป็นเมืองที่มีชื่อเสียงในการแกะสลักไม้ ที่มีการค้าขายเกี่ยวกับเส้นทางสายไหมในอดีต ซึ่งจะมีที่พักสำหรับกองคาราวานที่เดินทางมาแวะพักที่เมืองนี้ ที่ถูกสร้างขึ้นมาในศตวรรษที่ 18 และศตวรรษที่ 19
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
ที่พัก นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก SHEKI PALACE หรือเทียบเท่า
วันที่ 4

เชคี - ทบิลิซี่ – เมืองเก่าทบิลิซี – ป้อมนาริกาลา – โรงอาบน้ำโบราณ – โบสถ์เมเคตี – สะพานแห่งสันติภาพ

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

นำท่านเดินทางสู่เมืองทบิลิซี (Tbilisi) นำท่านชมทัศนียภาพบรรยากาศของเมืองทบิลิซี (Tbilisi) เมืองหลวงของประเทศจอร์เจีย ที่มีความสำคัญของประวัติศาสตร์มากมาย และมีโครงสร้างสถาปัตยกรรมที่สวยงาม เมืองหลวงทบิลิซี เป็นเมืองหลวงและเมืองใหญ่ที่สุดของจอร์เจีย ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำคูรา (Kura) หรือเรียกว่า แม่น้ำมิตควารี (Mtkvari) ในภาษาท้องถิ่น เมืองทบิลิซี มีเนื้อที่ประมาณ 372 ตร.กม. เมืองนี้ถูกสร้างโดย วาคตัง กอร์กาซาลี (Vakhtang Gorgasali) กษัตริย์จอร์เจียแห่งไอบีเรีย ได้ก่อตั้งเมืองนี้ขึ้นในคริสตศวรรษที่ 4 เมืองทบิลีซี เป็นศูนย์กลางการทำอุตสาหกรรม สังคม และวัฒนธรรมในภูมิภาคคอเคซัส ในประวัติศาสตร์ เมืองนี้อยู่ในส่วนของเส้นทางสายไหม และปัจจุบันยังมีบทบาทสำคัญในฐานะศูนย์กลางการขนส่งและการค้า เนื่องจากความได้เปรียบทางยุทธศาสตร์ในแง่ที่ตั้งที่เป็นจุดตัดระหว่างทวีปเอเชียกับยุโรป
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย หลังจากนั้นนำท่านเที่ยวชมเมืองเก่าทบิลิซี (Old town) นำท่านขึ้นกระเช้าไฟฟ้าชมป้อมนาริกาลา(Narikala Fortress) ซึ่งเป็นป้อมปราการหินโบราณขนาดใหญ่ ตั้งอยู่บนเนินเขา สร้างขึ้นตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 4 ผ่านผู้ปกครองมาหลายยุคหลายสมัยที่ต่างผลัดกันเข้ามารุกรานนครเล็กๆ บนเส้นทางสายไหมแห่งนี้ ราชวงศ์อุมัยยัดของชาวอาหรับได้ต่อเติมป้อมในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 7 ต่อมาพวกมองโกลตั้งชื่อให้ใหม่ว่า Narin Qala แปลว่าป้อมน้อย (Little Fortress) นักประวัติศาสตร์ยกย่องว่าป้อมนาริกาลาเป็นป้อมแห่งหนึ่งบนเส้นทางสายไหมที่แข็งแกร่งและตีได้ยากที่สุด จากนั้นนำท่านชมโรงอาบน้ำโบราณ หรือ อะบานู อุบานิ (Abanotubani) เป็นสถานที่สาหรับแช่น้ำพุร้อนที่มีแร่ถามะถัน ตามตำนานเล่าขานว่าในสมัยพระเจ้าวัคตังที่ 1 กอร์กัซลี่นกเหยี่ยวของพระองค์ได้ตกลงไปในบริเวณดังกล่าว จึงทำให้ค้นพบบ่อน้ำพุร้อนแห่งนี้ขึ้น ลักษณะคล้ายโรงอาบน้ำเหมือนกับการออนเซ็นของชาวญี่ปุ่นผสมรวมกับการอาบน้ำแบบตุรกี นำท่านชมหมู่โรงอาบน้ำที่มีการสร้างและให้บริการตั้งแต่ยุคกลางจนถึงปัจจุบันที่มีรูปแบบตัวอาคารที่หลากหลาย นำท่านชม โบสถ์เมเคตี (Metekhi Church) เป็นโบสถ์เก่าแก่ที่สร้างขึ้นในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 12 ตั้งอยู่บริเวณริมหน้าผาที่เบื้องล่างเป็นแม่น้ำมิตคาวารี ในอดีตถูกใช้เป็นป้อมปราการ และที่พำนักของกษัตริย์ ในบริเวณเดียวกัน จากนั้นนำทุกท่านชมสะพานแห่งสันติภาพ (The Bridge of Peace) เป็นอีกหนึ่งงานสถาปัตยกรรมที่น่าสนใจในเมืองทบิลิซี ออกแบบโดย สถาปนิกชาวอิตาเลี่ยนชื่อ Michele De Lucchi โดยสะพานมีความยาวประมาณ 150 เมตร มีลักษณะการออกแบบร่วมสมัย เปิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2010 โครงสร้างนั้นถูกออกแบบและสร้างที่อิตาลี และนำเข้ามาโดยรถบรรทุก 200 คัน เพื่อเข้ามาติดตั้งในเมืองทบิลิซี ที่ตั้งนั้นอยู่บนแม่น้ำ Mtkvari River สามารถมองเห็นได้หลายมุมจากในเมือง
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
ที่พัก นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก RAMADA ENCORE TBILISI หรือเทียบเท่า
วันที่ 5

มิสเคต้า – วิหารจวารี – ป้อมอันนานูรี - อนุสรณ์สถานรัสเซีย-จอร์เจีย – คาซเบกี้ - กูดาอูรี

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
กลางวัน นำท่านเดินทางสู่เมืองมิสเคต้า (Mtskheta) ซึ่งเป็นเมืองหลวงแห่งแรกของประเทศจอร์เจียสมัยอาณาจักรไอบีเรีย (Kingdom of Iberia) ซึ่งเป็นราชอาณาจักรของจอร์เจียในช่วง 500 ปีก่อนคริสตกาลตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือห่างจากกรุงทบิลิซี ประมาณ 20 กม. เมืองนี้ถือได้ว่าเป็นเมืองที่มีความเก่าแก่ทางประวัติศาสตร์แห่งหนึ่งของประเทศ และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกในปี ค.ศ. 1994 นำท่านชมวิหารจวารี (Jvari Monastery) หรือโบสถ์แห่งไม้กางเขนอันศักดิ์สิทธิ์ของศาสนาคริสต์นิกายออโธด๊อก สร้างขึ้นเมื่อคริสตวรรษที่ 6 ชาวจอร์เจียสักการะนับถือวิหารแห่งนี้เป็นอย่างมาก ภายในโบสถ์มีไม้กางเขนขนาดใหญ่ โบสถ์นี้ตั้งอยู่บนภูเขาที่มีแม่น้ำสองสายมาบรรจบกันคือแม่น้ำมิควารี (Mtkvari river) และแม่น้ำอรักวี (Aragvi river) นำท่านออกเดินทางไปยังเมืองกูดาอูรี (Gudauri) ไปตามทางเส้นทางหลวงที่สำคัญของจอร์เจียที่มีชื่อว่า Georgian Military Highway หรือเส้นทางสำหรับใช้ในด้านทหาร ถนนสายนี้เป็นถนนสายสำคัญที่สุดที่ถูกสร้างขึ้นในสมัยที่จอร์เจียอยู่ภายใต้การควบคุมจากสหภาพโซเวียต เพื่อใช้เป็นเส้นทางหลักในการข้ามเทือกเขาคอเคซัสจากรัสเซียมายังที่ภูมิภาคนี้ ถนนแห่งประวัติศาสตร์นี้เป็นเส้นทางที่จะนำท่านขึ้นสู่เทือกเขาคอเคซัส (Caucasus Mountain) เป็นเทือกเขาที่ตั้งอยู่ระหว่างทวีปยุโรป และเอเชีย ประกอบด้วย 2 ส่วน คือเทือกเขาคอเคซัสใหญ่ และเทือกเขาคอเคซัสน้อย ที่มีความยาวประมาณ 1,100 กม. ที่เป็นเส้นกั้นระหว่างพรมแดนรัสเซียกับจอร์เจีย ระหว่างทางนำท่านชมป้อมอันนานูรี (Ananuri Fortress) ป้อมปราการเก่าแก่ มีกำแพงล้อมรอบตั้งอยู่ริมแม่น้ำอรักวี ถูกสร้างขึ้นในสมัยศตวรรษที่16-17 ชมความงดงามขอโบสถ์ 2 หลังที่ตั้งอยู่ภายในกำแพง ซึ่งเป็นโบสถ์ของชาวเวอร์จิ้น ภายในยังมีหอคอยทรงสี่เหลี่ยมใหญ่ที่ตั้งตระหง่าน ทำให้เห็นทัศนีย์ภาพทิวทัศน์อันสวยงามด้านล่างจากมุมสูงของป้อมปราการนี้ รวมถึงอ่างเก็บน้ำชินวารี (Zhinvali Reservoir) และยังมีเขื่อนซึ่งเป็นสถานที่สำคัญสำหรับนำน้ำที่เก็บไว้ส่งต่อไปยังเมืองหลวงและใช้ผลิตไฟฟ้า ซึ่งทำให้ชาวเมืองทบิลิซีมีน้ำไว้ดื่มไว้ นำท่านเดินทางต่อไปยังเมืองกูดาอูรี ซึ่งเป็นเมืองสำหรับสกีรีสอร์ทที่มีชื่อเสียง ตั้งอยู่บริเวณที่ราบเชิงเขาของเทือกเขาคอเคซัส มีความสูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 2,100 เมตร สถานที่แห่งนี้เป็นแหล่งที่พักผ่อนเล่นสกีในช่วงเดือนธันวาคมถึงเดือนเมษายน ซึ่งจะมีหิมะปกคลุมอยู่ตลอดเวลา ระหว่างทางให้ท่านได้ชมทิวทัศน์อันสวยงาม รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย นำท่านชมอนุสรณ์สถานรัสเซีย-จอร์เจีย(Memorial of Friendship) หรืออีกชื่อนึงคือ Russia–Georgia Friendship Monument เป็นอนุสรณ์สถานที่สร้างขึ้นมาในปี ค.ศ. 1983 เพื่อเป็นสัญลักษณ์บ่งบอกถึงความสัมพันธ์อันดีของประเทศจอร์เจียและประเทศรัสเซีย โครงสร้างทั้งหมดทำมาจากหินและคอนกรีต ภายในมีการวาดภาพประวัติศาสตร์ของประเทศจอร์เจียและประเทศรัสเซียไว้อย่างสวยงาม ให้ท่านได้อิสระถ่ายรูปบรรยากาศและทิวทัศน์อันสวยงาม จากนั้นนำท่านเดินทางต่อไปยังเมืองคาซเบกี้ (Kazbegi) หรือปัจจุบันเรียกว่า เมืองสเตปันสมินดา(Stepansminda) ชื่อนี้เพิ่งเปลี่ยนเมื่อปี 2006 หลังจากนักบุญนิกายออร์โธด๊อก ชื่อ สเตฟาน ได้มาพำนักอาศัยและก่อสร้างสถานที่สำหรับจำศีลภาวนาขึ้น เมืองนี้อยู่ห่างจากเมืองหลวงทบิลิซี ประมาณ 157 กิโลเมตร เป็นเมืองเล็กๆตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเทอร์กี้ ถือเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวบนเทือกเขาคอเคซัส (Caucasus) ที่สำคัญของประเทศจอร์เจีย มีภูมิทัศน์ที่สวยงามโดยรอบ รวมทั้งเป็นจุดชมวิวของยอดเขาคาซเบกี้อีกด้วย จากนั้นนำท่านขึ้นรถ 4WD (รถขับเคลื่อน 4 ล้อ) เพื่อเข้าสู่ใจกลางหุบเขาคอเคซัส(Caucasus) นำท่านชมความสวยงามของโบสถ์เกอร์เกตี้ (Gergeti Trinity Church) หรือเรียกว่าโบสถ์สมินดา ซาเมบา (Tsminda Sameba) สร้างด้วยหินแกรนิตขนาดใหญ่ สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 14 เป็นโบสถ์ชื่อดังกลางหุบเขาคอเคซัส ซึ่งเป็นสัญลักษณ์สำคัญหนึ่งของประเทศจอร์เจีย ตั้งอยู่บนเทือกเขาคาซเบกี้ ที่ระดับความสูงจากน้ำทะเล 2,170 เมตร (***ในกรณีที่มีหิมะตกหนัก จนไม่สามารถเดินทางได้ ทางบริษัทขอสงวนสิทธิ์ ปรับเปลี่ยนโปรแกรมตามความเหมาะสม ***) จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองกูดาอูรี (Gudauri)
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
ที่พัก นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก MARCO POLO หรือเทียบเท่า
วันที่ 6

กอรี – พิพิธภัณฑ์ของท่านสตาลิน – อัพลิสต์ชิเคห์ – วิหารสเวติสโคเวลี – อนุสาวรรีย์ประวัติศาสตร์จอร์เจีย - ทบิลิซี

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองกอรี (Gori) ซึ่งอยู่ทางด้านทิศตะวันตกของเมืองมิสเคต้า เมืองนี้เป็นเมืองบ้านเกิดของ โจเซฟ สตาลิน (Joseph Stalin) ชาวจอร์เจียที่ในอดีตเป็นผู้ปกครองสหภาพโซเวียต ในยุคศตวรรษที่ 1920 ถึง 1950 และมีชื่อเสียงเรื่องความโหดเหี้ยมในการปกครองในเมืองกอรีแห่งนี้ นำท่านชม พิพิธภัณฑ์ของท่านสตาลิน (Musuem of Stalin) ซึ่งเป็นสถานที่รวบรวมเรื่องราว และสิ่งของเครื่องใช้ต่างๆ ของสตาลินเอาไว้ รวมไปถึงตัวอาคารที่สตาลินเกิดด้วย ภายในพิพิธภัณฑ์สตาลิน มีการจัดแสดงชีวประวัติของสตาลินตั้งแต่เกิดจนกระทั่งเสียชีวิต จากนั้นนำท่านเดินทางไปยังเมืองอัพลิสต์ชิเคห์ (Uplistsikhe) ซึ่งเป็นเมืองถ้ำเก่าแก่ของจอร์เจีย มีการตั้งถิ่นฐานในดินแดนแถบนี้กันมานานแล้วกว่า 3000 ปีก่อน ในอดีตเป็นเส้นทางการค้าขายสินค้าจากอินเดียไปยังทะเลดำและต่อไปถึงทางตะวันตก ปัจจุบันสถานทีแห่งนี้แบ่งออกเป็น 3 ส่วนคือ ส่วนเหนือ ส่วนกลาง และส่วนใต้ ซึ่งส่วนกลางจะเป็นบริเวณที่ใหม่ที่สุด ประกอบไปด้วยสถาปัตยกรรมการสร้างตัดหินและเจาะลึกเข้าไปเป็นที่อยู่อาศัย ถ้ำส่วนมากจะไม่มีการตกแต่งภายในใดๆ และยังมีห้องต่างๆ ซึ่งคาดว่าเป็นโบสถ์เก่าแก่ของชาวคริสต์ ที่สร้างขึ้นในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 9 ให้ท่านอิสระชมหมู่บ้านที่สร้างขึ้นจากถ้ำนี้ตามอัธยาศัย
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย จากนั้นนำท่านชมวิหารสเวติสโคเวลี (Svetitskhoveli Cathedral) หรือหมายถึงเสาที่มีชีวิต(The Living Pillar Cathedral) สร้างราวศตวรรษที่ 11 โบสถ์แห่งนี้ถือเป็นศูนย์กลางทางศาสนาที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของจอร์เจีย สร้างขึ้นโดยสถาปนิกชาวจอร์เจีย ชื่อ Arsukisdze มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองของประเทศ อีกทั้งยังเป็นศูนย์กลางที่ทำให้ชาวจอร์เจียเปลี่ยนความเชื่อและหันมานับถือศาสนาคริสต์ และให้ศาสนาคริสต์มาเป็นศาสนาประจำชาติของจอร์เจียเมื่อปี ค.ศ.337 และถือเป็นสิ่งก่อสร้างยุคโบราณที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศจอร์เจีย ภายในมีภาพเขียนสีเฟรสโก้อย่างงดงาม จากนั้นนำท่านเดินทางสู่อนุสาวรรีย์ประวัติศาสตร์จอร์เจีย (The Chronicle of Georgia) ซึ่งมีลักษณะเป็นแท่งหินสีดำขนาดใหญ่ แกะสลักเป็นรูปต่างๆที่สื่อถึงเรื่องราวในอดีตของประเทศจอร์เจีย สร้างขึ้นโดย ซุราป สถาปนิกชื่อดังก่อสร้างเมื่อปี 1985 ประกอบด้วยแท่งเสา 16 แท่ง แต่ละแท่งสูง 35 เมตร แต่ละเสาจะแบ่งเรื่องราวออกเป็น 3 ส่วนนั่นคือ ส่วนล่างสุดเกี่ยวกับพระคัมภัร์ของศาสนาคริสต์ ส่วนกลางเกี่ยวกับเรื่องของข้าราชการชนชั้นสูงของจอร์เจีย และส่วนบนเกี่ยวกับเหตุการณ์สำคัญต่างๆของประเทศ ท่านสามารถชมวิวเมืองจากมุมสูงได้จากสถานที่แห่งนี้จากนั้นนำท่านเดินทางกลับสู่เมืองทบิลิซี
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร **พิเศษพร้อมชมการแสดงพื้นเมืองของประเทศจอร์เจีย ที่น่าตื่นตาตื่นใจ**
ที่พัก นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก RAMADA ENCORE TBILISI หรือเทียบเท่า
วันที่ 7

ทบิลิซี – วิหารซีโอนี – ซาดาโคล – บากราทาเชน - เซวาน – อารามเซวาน– เยเรวาน

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

นำท่านไปชมวิหารซีโอนี (Sioni Cathedral) ซึ่งเป็นโบสถ์หลังใหญ่ของนิกาย ออร์โธด๊อกที่ถูกสร้างขึ้นในเมืองนี้ ชื่อของโบสถ์ได้นำมาจากดินแดนอันศักดิ์สิทธิ์ คือ ภูเขาไซออนในเยรูซาเล็มสถานที่แห่งนี้ก็ได้มี่ชื่อเป็น ซิโอนีแห่ง ทบิลิซี (Tbilisi Sioni) ถูกสร้างขึ้นในราวศตวรรษที่ 6-7 และต่อมาก็ได้ถูกทำลายลงโดยผู้ที่บุกรุกแต่ก็ได้มีการสร้างขึ้นใหม่หลายครั้งด้วยกัน จนกระทั่งเป็นโบสถ์ที่ได้เห็นอยู่ในปัจจุบันนี้และได้มีการบูรณะในช่วงศตวรรษที่ 17- 19 หลังจากนั้นนำท่านชมวิหารศักดิ์สิทธิ์ของทบิลิซี (HOLY TRINITY CATHEDRAL) ที่เรียกกันว่า Sameba เป็นโบสถ์หลักของคริสตจักรออร์โธดอกจอร์เจียตั้งอยู่ในทบิลิซี สร้างขึ้นระหว่างปี 1995 และปี 2004 และเป็นวิหารที่สูงที่สุด อันดับที่ 3 ของโบสถ์ออร์โธดอกในโลก จากนั้นนำท่านออกเดินทางไปยังเมืองซาดาโคล(Sadakhlo) ที่อยู่ทางตอนใต้ของประเทศจอร์เจีย ซึ่งเป็นเมืองพรมแดนที่อยู่ติดกับอาร์เมเนีย นำท่านผ่านด่านเมืองซาดาโคลและเดินทางข้ามพรมแดนโดยมี เมืองบากราทาเชน(Bagratashen) ที่เป็นเมืองชายแดนของอาร์เมเนียซึ่งอยู่ติดกับจอร์เจีย (ทุกท่านจะต้องลงรถ เพื่อมาผ่านด่านตรวจเอกสารขาออกจากจอร์เจีย จากนั้นต้องมาผ่านด่านการตรวจเอกสารคนเข้าเมืองของอาร์เมเนีย)
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย จากนั้นนำท่านเดินทางสู่เมืองฮักห์พาท (Haghpat) เป็นเมืองในหมู่บ้านของจังหวัดลอรี่ ที่อยู่ทางด้านเหนือของอาร์เมเนีย ซึ่งองค์การยูเนสโก้ได้ขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลกในปี ค.ศ.1996 ชมอารามฮักห์พาท (Haghpat Monastery) เป็นอารามอาร์เมเนียยุคกลาง หรืออารามไบแซนไทน์ ที่มีความซับซ้อนทางศาสนา สร้างขึ้นโดยนักบุญนิชาน ในศตวรรษที่ 10 ซึ่งเป็นตัวแทนของสถาปัตยกรรมทางศาสนาในยุครุ่งเรืองสูงสุด และมีรูปแบบอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะท้องถิ่น จากนั้นนำท่านออกเดินทางไปยังเมืองเซวาน (Sevan) ซึ่งตั้งอยู่ริมทะเลสาบเซวาน (Lake of Sevan) ซึ่งเป็นทะเลสาบน้ำจืดในประเทศอาร์เมเนียและคอเคซัส ทะเลสาบแห่งนี้เป็นหนึ่งในทะเลสาบน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดในโลก ทะเลสาบเซวานล้อมรอบไปด้วยแม่น้ำหลายสาย เช่น แม่น้ำแม่น้ำฮราซดาน และแม่น้ำมาสริค ให้ท่านได้ชมความสวยงามของตัวเมืองและทะเลสาบเซวานที่เต็มไปด้วยสถานที่พักผ่อนรีสอร์ทของนักท่องเที่ยวตัวเมืองนี้ตั้งอยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลประมาณ 1900 เมตร และตั้งอยู่ห่างจากเมืองหลวงเยเรวานประมาณ 65 กม. เมืองนี้ถูกสร้างขึ้นในปีค.ศ.1842 ซึ่งเป็นหมู่บ้านพักอาศัยของชาวรัสเซียที่มีชื่อว่าเยเลนอฟก้า (Yelenovka) จนถึงปี ค.ศ.1935 จึงได้ถูกเปลี่ยนชื่อเป็น เซวาน นำท่านไปชมอารามเซวาน (Sevan Monastery) หรือมีชื่อเรียกว่าเซวานาแว๊งค์ (Sevanavank) ซึ่งคำว่า แว๊งค์ เป็นภาษาอาร์เมเนีย มีความหมายว่า โบสถ์วิหาร สถานที่แห่งนี้ตั้งอยู่บริเวณแหลมที่อยู่ทางด้านตะวันตกเฉียงเหนือของฝั่งทะเบสาบเซวานถูกสร้างขึ้นในปี ค.ศ.874 โดย เจ้าหญิงมาเรียม ซึ่งอยู่ในช่วงของการต่อสู้กับพวกอาหรับที่ปกครองดินแดนแห่งนี้ จากนั้นนำท่านเดินทางสู่กรุงเยเรวาน หรือเรียกว่า เอเรวาน (Erevan) เมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศตั้งอยู่ริมแม่น้ำฮรัซดัน (Hrazdan River) กรุงเยเรวานเป็นศูนย์กลางการบริหาร วัฒนธรรม และอุตสาหกรรมของประเทศ ที่ตั้งอยู่ในจุดบรรจบของเอเชียและยุโรป ตึกรามบ้านช่องในเยเรวานมีรูปแบบคล้ายคลึงไปทางโซเวียตรัสเซียเป็นส่วนใหญ่ คือจะสร้างเป็นทรงสี่เหลี่ยมบล็อกๆทึบๆ เนื่องจากเป็นหนึ่งในสหภาพโซเวียตมาก่อน
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
ที่พัก นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก BEST WESTERN PLUS CONGRESS หรือเทียบเท่า
วันที่ 8

วิหารเกกฮาร์ด – วิหารการ์นี – วิหารคอร์วิราพ - เยเรวาน

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

นำท่านเดินทางสู่ วิหารเกกฮาร์ด (Geghard Monastery) เป็นวิหารที่สร้างอยู่กลางเทือกเขา ในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 12-13 วิหารนี้มีส่วนที่สร้างโดยการตัดหินเข้าไปในภูเขา โดยส่วนของห้องโถงของตัวโบสถ์มีการตัดหินสร้างเป็นโดมแกะสลักสวยงาม ซึ่งเป็นหนึ่งในความสวยงามของอาร์เมเนีย และได้ขึ้นทะเบียนให้เป็นมรดกโลก Unesco World heritage site เมื่อปี ค.ศ. 2000 จากนั้นนำท่านไปเที่ยวชม หุบเขาเอวาน (Avan Canyon) ที่มีความสวยงามของ หน้าผาที่สูงชัน มีแม่น้ำอาซัดไหลผ่านทำให้เกิดบรรยากาศที่สวยงดงาม จากนั้นนำท่านชมวิหารการ์นี (Garni Temple) เป็นวิหารแบบกรีก แต่ลวดลายอาคารเป็นศิลปะแบบอาร์เมเนีย มีอายุกว่า 1,700 ปี บริเวณนี้เคยเป็นพระราชวังฤดูร้อนของกษัตริย์อาร์เมเนีย วิหารนี้เคยถูกทำลายด้วยแผ่นดินไหวเมื่อปี ค.ศ. 1679 แต่ได้รับการบูรณะซ่อมแซมประกอบใหม่ในสมัยสหภาพโซเวียตเมื่อปี ค.ศ.1974 จึงทำให้สมบูรณ์อย่างที่เห็น
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย นำท่านออกเดินทางไปยัง เมืองคอร์วิราพ (Khor Virap) ที่ตั้งอยู่ทางด้านใต้ของกรุงเยเรวาน เป็นเมืองที่มีความสำคัญและมีชื่อเสียงของชาวอาร์เมเนีย ผู้ที่อาศัยอยู่ตามส่วนต่างๆ ทั่วโลกที่จะต้องเดินทางมาทำพิธีจาริกแสวงบุญที่แห่งนี้ เพราะตามหลักฐานทา งประวัติศาสตร์ได้มีการบันทึกเหตุการณ์ในยุคโบราณว่า กษัตริยิทิริเดท ของพากันอาร์เมเนียนได้จับนักบุญเกกอรี่ ขังคุกไว้ในถ้ำ ผู้ซึ่งได้ทำการเผยแผ่และให้ความกระจ่างในเรื่องของศาสนา และยังเป็นพระสังฆราชองค์แรกของชาวอาร์เมเนีย และต่อมาสถานที่แห่งนี้เป็นที่รู้จักกันก็ คือ คอร์วิราพ นำท่านไปชมวิหารคอร์วิราพ (Khor Virap Monastery) เป็นโบราณสถานที่เก่าแก่และมีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งในอาร์เมเนีย เคยเป็นสถานที่จองจำนักบุญเกรกอรีนานถึง 13 ปีในคุกใต้ดินที่แทบจะมืดมิด วิหารคอร์วิราพจึงกลายเป็นสถานที่แสวงบุญสำหรับคริสต์ศาสนิกชนจากทั่วสารทิศ จากวิหารนี้ท่านจะมองเห็นยอดเขาอารารัต สูง 5,137 เมตร ในเขตตุรกีได้อย่างชัดเจน จากนั้นนำท่านเดินทางกลับสู่เมืองเยเรวาน
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
ที่พัก นำท่านเดินทางเข้าสู่ที่พัก BEST WESTERN PLUS CONGRESS หรือเทียบเท่า
วันที่ 9

เดอะคาสเคด – จตุรัสกลางเมืองเยเรเวาน - เยเรวาน – ดูไบ

เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม

นำท่านชม เดอะคาสเคด (The Cascade) จากด้านนอก ซึ่งเป็นสิ่งก่อสร้างที่ใหญ่ที่สุดของเยเรวาน มีลักษณะเป็นแบบขั้นบันไดลดหลั่นกันลงมามีความสูงประมาณ 500 เมตร และมีการปล่อยน้ำลงมาเพื่อให้เป็นน้ำตกลงเป็นสายจากใจกลางที่อยู่ด้านบน ซึ่งสถาปัตยกรรมสิ่งก่อสร้างนี้ถูกสร้างให้เป็นอนุสาวรีย์แห่งชัยชนะของโซเวียตรัสเซีย จากนั้นนำท่านผ่านชมโรงละครแห่งชาติอาร์เมเนีย ซึ่งเป็นโรงละครไว้สำหรับแสดงโอเปร่าและบัลเล่ต์ได้รับการตั้งชื่อตาม Alexander Spendiaryan ในเยเรวานเปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 20 มกราคม ค.ศ. 1933 โดยมีการแสดงโอเปร่า Almast ของ Alexander Spendiaryan อาคารโอเปร่าได้รับการออกแบบโดยสถาปนิกชาวอาร์เมเนีย จากนั้นนำท่านเดินทางไปยังจตุรัสกลางเมืองเยเรเวาน (Republic Square) เป็นจตุรัสกลางเมืองเยเรวาน บริเวณตรงกลางจะมีสระน้ำพุขนาดใหญ่ และบริเวณรอบๆมีร้านค้าต่างๆมากมาย ให้ท่านได้อิสระเลือกซื้อสินค้าตามอัธยาศัย

จากนั้นนำท่านเดินทางสู่สนามบินเพื่อเดินทางกลับสู่กรุงเทพฯ
18.55 น. ออกเดินทางกลับสู่กรุงดูไบ เที่ยวบินที่ FZ 0718 **กรุ๊ปออกเดินทางวันที่ 19-28 พ.ย. 62 , 05-14 ธ.ค. 62 , 13-22 ก.พ. 63 ออกเดินทางเวลา 12.10 น.**
22.10 น. ถึงกรุงดูไบ รอเปลี่ยนเครื่อง **กรุ๊ปออกเดินทางวันที่ 19-28 พ.ย. 62 , 05-14 ธ.ค. 62 , 13-22 ก.พ. 63 เดินทางถึงเวลา 15.20 น.**
วันที่ 10

ดูไบ - กรุงเทพฯ

03.05 น. ออกเดินทางต่อสู่กรุงเทพด้วยเที่ยวบิน EK 384 **กรุ๊ปออกเดินทางวันที่ 19-28 พ.ย. 62 , 05-14 ธ.ค. 62 , 13-22 ก.พ. 63 ออกเดินทางเวลา 22.35 น. ของวันที่ 9 เที่ยวบินที่ EK 374**
12.05 น. ถึง สนามบินสุวรรณภูมิ กรุงเทพมหานคร ด้วยความสวัสดิภาพ **กรุ๊ปออกเดินทางวันที่ 19-28 พ.ย. 62 , 05-14 ธ.ค. 62 , 13-22 ก.พ. 63 เดินทางถึงเวลา 07.35 น.**
มื้ออาหาร
วันที่ เช้า กลางวัน ค่ำ
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
รายละเอียดและเงื่อนไข
โปรแกรมนี้ไม่มีเงื่อนไข

1 ค่าตั๋วเครื่องบิน ชั้นประหยัด (Economy Class) ที่ระบุวันเดินทางไปกลับพร้อมคณะ (ในกรณีมีความประสงค์อยู่ต่อ จะต้องไม่เกินจำนวนวัน และอยู่ภายใต้เงื่อนไขของสายการบิน)
2. ค่าภาษีสนามบินทุกแห่งตามรายการ
3. ค่ารถโค้ชปรับอากาศนำเที่ยวตามรายการ
4. ค่าห้องพักในโรงแรมตามที่ระบุในรายการหรือเทียบเท่า (3 ดาว – 4 ดาว)
5. ค่าอาหารตามที่ระบุในรายการ
6. ค่าเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยวตามรายการ
7. ค่าประกันภัยการเดินทางรายบุคคล (หากต้องการเงื่อนไขกรมธรรม์สอบถามได้จากเจ้าหน้าที่)
ค่าประกันอุบัติเหตุคุ้มครองในระหว่างการเดินทางวงเงินไม่เกินท่านละ 1,000,000 บาท
ค่ารักษาพยาบาลในกรณีเกิดอุบัติเหตุวงเงินไม่เกินท่านละ 500,000 บาท (ตามเงื่อนไขกรมธรรม์)
ลูกค้าท่านใดสนใจ ซื้อประกันการเดินทางสำหรับครอบคลุมเรื่องสุขภาพสามารถสอบถามข้อมูล เพิ่มเติมกับทางบริษัทได้
เบี้ยประกันเริ่มต้น 341 บาท [ระยะเวลา 4-6 วัน]
เบี้ยประกันเริ่มต้น 395 บาท [ระยะเวลา 7-10 วัน]
**ความครอบคลุมผู้เอาประกันที่มีอายุตั้งแต่แรกเกิด ถึง 85 ปี **
[รักษาพยาบาล 2 ล้าน, เสียชีวิตหรือเสียอวัยวะจากอุบัติเหตุ 1.5 ล้านบาท]
8. ค่ามัคคุเทศก์ของบริษัทดูแลตลอดการเดินทาง (ไม่รวมทิปมัคคุเทศก์)
9. ค่าธรรมเนียมวีซ่าอาเซอร์ไบจัน
10. ค่าธรรมเนียมวีซ่าอาร์เมเนีย
11. ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และหัก ณ ที่จ่าย 3 %

1. ค่าธรรมเนียมการจัดทำหนังสือเดินทาง
2. ค่าใช้จ่ายส่วนตัว อาทิเช่น ค่าเครื่องดื่มที่สั่งพิเศษ, ค่าโทรศัพท์, ค่าซักรีด, ค่าธรรมเนียมหนังสือเดินทาง, ค่าน้ำหนักเกินจากทางสายการบินกำหนดเกินกว่า 30 ก.ก.และมากกว่า 1 ชิ้น, ค่ารักษาพยาบาล กรณีเกิดการเจ็บป่วยจากโรคประจำตัว, ค่ากระเป๋าเดินทางหรือของมีค่าที่สูญหายในระหว่างการเดินทาง เป็นต้น
3. ค่าธรรมเนียมน้ำมันและภาษีสนามบิน ในกรณีที่สายการบินมีการปรับขึ้นราคา
4. ค่าบริการยกกระเป๋าในโรงแรม ซึ่งท่านจะต้องดูแลกระเป๋าและทรัพย์สินด้วยตัวท่านเอง
5. ค่าทิปพนักงานขับรถ และไกด์ท้องถิ่น (40 USD)
6. ค่าทิปมัคคุเทศก์จากเมืองไทย (30 USD)